เอกชนชี้แม้อียูปลดใบเหลือง ยังต้องลุย6ด้านสร้างประมงยั่งยืน(ชมคลิป)

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและประธานคณะกรรมการสายงานธุรกิจสินค้าเกษตรและอาหาร แถลงข่าวร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย และสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ภายหลังสหภาพยุโรป(EU) ออกประกาศให้ประเทศไทยได้ใบเหลืองในการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม(IUU Fishing) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 ทำให้หลังจากนั้นภาครัฐได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังมาโดยตลอด ส่งผลให้อียูได้ทำการปลดล็อกใบเหลืองฯให้กับประเทศไทยฯเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งการปลดล็อกใบเหลืองจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจเกษตรและอาหารของไทย ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการจ้างงานสูงกว่า 11.78 ล้านคน คิดเป็น 31.5% ของแรงงานทั้งหมดและมีสัดส่วนต่อจีดีพีของประเทศไทยอยู่ที่ 8.2%

นายพจน์ กล่าวว่า จากความสำคัญของภาคธุรกิจเกษตรและอาหาร ทำให้นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย วางแผนขับเคลื่อนธุรกิจเกษตรและอาหารเพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาส่งเสริมและยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารไทย โดยปี2562 หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯจะดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำ ในการร่วมมือกับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ สภาเกษตรกรแห่งชาติในมิติต่างๆกลางน้ำ ในการบูรณาการ ถ่ายทอดความรู้วิชาการ การพัฒนาตั้งแต่กระบวนการผลิต รูปแบบผลิตภัณฑ์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และการจัดการคุณภาพสินค้า เพื่อเสริมสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือนเกษตรกรไทย และปลายน้ำ คือ การส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตรและหาช่องทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

“ภาคเอกชนจะร่วมมือและสนับสนุนรัฐบาลให้สอดคล้องกับข้อกำหนด กฎหมาย ท้ังของไทยและมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลับมาได้ใบเหลืองอีก โดยจะเดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้กับประมงไทยตามนโยบายรัฐบาล 6 ด้าน คือ ด้านกฎหมาย ด้านการบริหารจัดการประมง ด้านการบริหารจัดการกองเรือ ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง (MCS) ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ และด้านการบังคับใช้กฎหมาย “นายพจน์ กล่าวและว่าภาคเอกชนขอขอบคุณและชื่นชมรัฐบาลในการดำเนินการแก้ไขปัญหา IUU Fishing มาตลอด4ปี รวมถึงแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวแรงงานเด็ก และการค้ามนุษย์ด้านแรงงานจนปี 2561 รายงานการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ TIPs Report ประเทศไทยอยู่ที่ระดับ Tier 2 ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนแปลงไทยในการการพัฒนาธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมประมงของไทยในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมการลงทุนและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่สินค้าประมงที่ส่งออกตลาดโลก

บทความก่อนหน้านี้พลังประชารัฐ ยังกั๊ก รอ พรฏ.เลือกตั้ง ก่อนเปิดตัวผู้สมัคร 350 เขต
บทความถัดไปชพน.เตรียมพร้อม 280 เขตสู้ศึก รอวันเลือกตั้งใหม่