แอมเนสตี้ จี้ ไทย ปล่อยตัว นักเตะลี้ภัยชาวบาห์เรน ถูกคุมตัวในไทยกว่า 40 วันแล้ว

วันนี้ (10 ม.ค.) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ ก่อนการแข่งขันฟุตบอลระหว่างบาห์เรน-ไทยจะเริ่มขึ้น ร้องปล่อยตัว”ฮาคิม” โดยระบุว่า

ก่อนการแข่งขันฟุตบอลระหว่างบาห์เรน-ไทยจะเริ่มขึ้น แอมเนสตี้เรียกร้องให้ปล่อยตัว “ฮาคิม” นักฟุตบอลที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่

บาห์เรนและไทยจะแข่งขันกันในวันนี้ ในเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก 2019 แต่ในขณะที่ทั้งสองประเทศช่วงชิงความเป็นใหญ่ในสนามบอล อาจเกิดอันตรายต่ออนาคตของ “ฮาคีม อัล อาไรบี” นักฟุตบอลอาชีพที่กรุงเมลเบิร์น ซึ่งหลบหนีจากบาห์เรนและได้รับสถานะผู้ลี้ภัยระหว่างอยู่ในออสเตรเลีย

ดร.แกรม ทอม ผู้ประสานงานด้านผู้ลี้ภัย แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ออสเตรเลียเผยว่า ถึงเวลาที่ผู้นำในประชาคมฟุตบอลต้องยืนหยัดเพื่อฮาคีม แอมเนสตี้ยินดีกับข่าวที่ว่าทางฟีฟ่าได้ประชุมกับชีก ซัลมาน บิน อัล คาลีฟา เพื่อพูดคุยถึงชะตากรรมของฮาคีม ในฐานะประธานเอเอฟซี ซัลมานมีทั้งพันธกรณีด้านศีลธรรมและความเป็นมืออาชีพที่จะต้องช่วยเหลือฮาคิม

“ในฐานะผู้นำในเอเชียและในฐานะคนบาห์เรน ชีก ซัลมานสามารถใช้อิทธิพลกดดันได้ แต่ที่ผ่านมาเขากลับแสดงทีท่านิ่งเฉยอย่างชัดเจน การไม่ยืนหยัดและประณามปฏิบัติการของบาห์เรนและไทย เท่ากับว่าเอเอฟซีไม่ได้ยึดมั่นตามคุณค่าและความดีงามในฐานะ “เกมการแข่งขันอันสวยงาม”

“ประเทศไทยต้องไม่ร่วมมือสนับสนุนระบอบปกครองที่กดขี่ของบาห์เรนและราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย ด้วยการทำให้บุคคลเสี่ยงจะถูกทรมาน ถูกคุมขัง หรือเสียชีวิต

“รัฐบาลออสเตรเลียยังคงพยายามประสานงานกับทางการไทยเพื่อนำตัวฮาคิมกลับบ้าน แต่ถึงเวลาแล้วที่ประชาคมฟุตบอลจะต้องร่วมมือต่อสู้และกดดันประเทศไทย ฮาคีมจะยังไม่ปลอดภัยจนกว่าเขาจะได้กลับไปบ้านที่ออสเตรเลีย ในฐานะผู้ลี้ภัยที่ผ่านการตรวจสอบและมีหนังสือเดินทางถูกต้อง เขาไม่ควรจะถูกควบคุมตัวเลย หากถูกส่งกลับไปบาห์เรน เขาอาจถูกทรมานและอาจเสียชีวิต” ดร.แกรมกล่าว

สำหรับ อัล อาไรบี เป็นนักฟุตบอลอาชีพที่กรุงเมลเบิร์น ปัจจุบันเขาถูกควบคุมตัวมากว่า 40 วันแล้วในช่วงระหว่างรอการไต่สวนเพื่อส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังบาห์เรน โดยระหว่างเดินทางโดยใช้หนังสือเดินทางของออสเตรเลีย อัล อาไรบีถูกควบคุมตัวพร้อมกับภรรยาทันทีที่มาถึงกรุงเทพฯ ในวันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ฮาคีมและภรรยาได้ถูกส่งตัวไปยังสถานกักตัวคนต่างด้าวซอยสวนพลูในวันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม และในวันที่ 3 ธันวาคม เขาถูกนำตัวไปขึ้นศาลและศาลสั่งให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ระหว่างถูกนำตัวกลับไปศูนย์กักตัวคนต่างด้าวซอยสวนพลู เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือของเขาไว้

ฮาคีมได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปี จากการพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นธรรมในบาห์เรนเมื่อปี 2557 ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกคุกคามหรือถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เพราะในฐานะที่เคยเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบาห์เรน ที่ซ้อมทรมานนักฟุตบอลซึ่งเข้าร่วมในการชุมนุมประท้วง โดยตัวเขาเองถูกจับกุมในเดือนพฤศจิกายน 2555 และถูกซ้อมทรมานเช่นกัน

นับจากนั้นมา เขาได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลว่ามีการทรมานตัวเขา โดยระบุว่า “พวกเขาปิดตาผม (…และ) ตีที่ขาของผมอย่างแรง และบอกว่า ‘คุณจะไม่มีโอกาสได้เล่นฟุตบอลอีก เราจะทำลายอนาคตของคุณ’” อันเป็นเหตุให้ฮาคิมหลบหนีไปออสเตรเลีย และได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในปี 2560

เขาได้รับแจ้งเมื่อเดินทางไปถึงกรุงเทพฯ ว่า จะถูกส่งตัวกลับไปบาห์เรน ซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะทำให้เขาถูกคุมขังและทรมาน

ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ถือเป็นเรื่องต้องห้ามในการส่งตัวบุคคลกลับไปยังดินแดนใดๆ ที่มีแนวโน้มว่าบุคคลผู้นั้นมีความเสี่ยงอย่างแท้จริงที่จะถูกทรมาน หรือถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

บทความก่อนหน้านี้อัยการแจ้งอคส.-อ.ต.ก.ส่งเอกสารเอกชนชดใช้ค่าข้าวเพิ่มก่อน 16 ม.ค. มีคำสั่งคดี
บทความถัดไปนิวส์รูมวิเคราะห์ : โซ่ข้อกลาง ‘ยงยุทธ’ สู่วิวาทะร้อน ‘แม้ว-ป้อม’