ยิ่งกว่าถูกหวยธอส.เตรียมออกสลากออมทรัพย์ทุ่มรางวัลที่ 1 ถึง 20 ล้านบาท

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)แล้ว ขณะนี้อยู่ในกระบวนการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งทำให้ธนาคารสามารถจำหน่ายสลากออมทรัพย์ ธอส. เพื่อเพิ่มสัดส่วนของเงินฝากระยะยาวให้สอดคล้องกับการปล่อยสินเชื่อ เพิ่มอำนาจการออกพันธบัตรให้เป็นของคณะกรรมการ(บอร์ด)ธนาคารซึ่งช่วยให้มีความคล่องตัวในการออกพันธบัตรยิ่งขึ้น และยังรองรับการให้สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุในรูปแบบรีเวิร์ส มอร์ทเกจ(Reverse Mortgage)

นายฉัตรชัยกล่าวว่า ธอส.เตรียมออกสลากออมทรัพย์งวดแรก 5 หมื่นล้านบาท อายุ 3 ปี และ5 ปี หากพ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ภายในไตรมาส 1 ปีนี้ น่าจะเปิดขยายสลากได้ภายในเดือนสิงหาคมปีนี้ โดยเปิดขายหน่วยละ 100 บาท , 500 บาท รวมถึงมีแนวคิดออกสลากอายุ 10 ปีใบละ 1 ล้านบาท เป็นสลากพรีเมี่ยมเพื่อเป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลาน สำหรับรางวัลสลากมีข้อเสนอทั้งการให้รางวัลแบบกระจาย หรือจะให้รางวัลที่ 1 สูงๆ เช่น เป็นเงิน 20 ล้านบาท ออกรางวัลเดือนละ 1 ครั้งพร้อมกับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล

“รางวัลสลากน่าจะเป็นเงินสด ซึ่งจะจูงใจ และนำไปใช้สะดวกกว่ารางวัลที่เป็นบ้าน รถ หรือคอนโดมิเนียม รวมถึงมีแนวคิดที่จะให้นำสลากออมทรัพย์ของธอส.มาลดลดดอกเบี้ยกู้บ้านได้อีกด้วย เพื่อเป็นการจูงใจให้ลูกค้าเงินกู้นำเงินมาฝากไว้กับธอส.ให้มากขึ้น”นายฉัตรชัยกล่าว

นายฉัตรชัยกล่าวว่า นอกจากนี้พ.ร.บ.ใหม่มอบอำนาจให้บอร์ดธนาคารสามารถพิจารณาออกพันธบัตรได้เอง จากเดิมต้องเสนอเรื่องไปยังสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) และต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.)ใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน การให้บอร์ดธนาคารพิจารณาได้เองทำได้เร็วทันกับตลาดและการจัดทำแคมเปญสินเชื่อธนาคาร ทำให้ธนาคารสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อคงที่นานถึง 5 ปี จากขณะนี้กำหนดคงที่ประมาณ 2 ปี ขณะนี้ธนาคารออกพันธบัตรใหม่ปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท จากยอดพันธบัตรของธนาคารประมาณ 1 แสนล้านบาท คาดว่าการบริหารเงินฝากแบบใหม่ทั้งสลากและพันธบัตรธนาคารทำให้ต้นทุนเงินฝากของธนาคารลดเหลือเพียง 1.9% จากขณะนี้อยู่ที่ 2.09%

นายฉัตรชัยกล่าวว่า สำหรับสินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุในรูปแบบรีเวิร์ส มอร์ทเกจ ธนาคารเตรียมวงเงินไว้ดำเนินการ 1,000 ล้านบาท เป็นการดำเนินการในรูปแบบซีเอสอาร์ ให้กู้ 50% ของราคาหลักทรัพย์ ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไประยะเวลากู้ 20 ปี สามารถอาศัยอยู่ในทรัพย์สินได้จนกว่าจะเสียชีวิต เช่น มีบ้านราคา 2.4 ล้านบาท กู้ได้ 1.2 ล้านบาท โดยผู้กู้รับเงินเดือนละ 4,000 บาทไปจนถึงอายุ 80 ปี หลังจากนั้นถ้ายังไม่เสียชีวิต ให้อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าวจนเสียชีวิต หลังจากเสียชีวิตธนาคารจะนำทรัพย์ดังกล่าวขายต่อทายาท ถ้าไม่มีทายาทมาซื้อต่อ นำไปขายทอดตลาด

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ภาพประทับใจ ‘อุ่นไอรัก คลายความหนาว’ พระมหากรุณาธิคุณ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข คนไทย
บทความถัดไปนาทีชีวิต จนท.ทับลานช่วย หมูป่า ติดบ่วงนายพราน หน.อุทยานฯเผย คนช่วยก็เสี่ยงตายโดนหมูพุ่งชน(ชมคลิป)