คลังชี้ลงทุนรัฐ-เลือกตั้งดันเศรษฐกิจปี’62 โต 4% ส่งออก 4.5%

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สศค.คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะโต 4.0% ส่งออก 4.5% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภายในประเทศ โครงการลงทุนของภาครัฐสูงขึ้นตามงบประมาณเพิ่มขึ้น รวมถึงคาดว่าโครงการร่วมลงทุนของภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) ในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง ยังจะช่วยสนับสนุนให้การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าปีก่อนหน้าอีกด้วย

นายลวรณกล่าวว่า ส่วนการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มขยายตัวชะลอเป็นผลมาจากแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าของไทยชะลอจากปีก่อน และปัญหาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2562 จะอยู่ที่ 1.0% ลดลงจากปีก่อนหน้า ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลง

“ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 คาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะไม่เติบโตเท่าครึ่งปีหลัง เพราะในปี 2561 ฐานสูงเติบโตไตรมาส 1 ปี 2561 โตถึง 4.9% และไตรมาส 2 ปี 2561 โต 4.8% ส่วนผลจากการเลือกตั้งส่งผลดีทางจิตวิทยาเกิดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ โดย สศค.ให้น้ำหนักทางความเชื่อมั่นมากกว่าน้ำหนักเม็ดเงินที่จะใช้จ่ายในช่วงเลือกตั้ง โดยในปี 2562 กระทรวงการคลังต้องพยายามดูแลเศรษฐกิจให้โตเต็มศักยภาพ 4% ส่วนจะมีมาตรการอะไรออกมาหรือไม่นั้น คงต้องรอติดตาม” นายลวรณกล่าว

นายลวรณกล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2561 คาดว่าจะขยายตัว 4.1% ดีขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัว 3.9% โดยแรงสนับสนุนจากการบริโภคและการลงทุน นอกจากนี้ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทำให้การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนดีขึ้น นอกจากนี้ โครงการลงทุนภาครัฐยังเป็นแรงสนับสนุนให้การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้าอีกด้วย สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2561 อยู่ที่ 1.1% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ

“การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัวลง และนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ รวมถึงการตอบโต้จากประเทศต่างๆ ส่งผลให้การส่งออกสินค้าปี 2561 เหลือเพียง 6.7% จากเป้าหมายเดิม 8% ซึ่งผลจากสงครามการค้าระยะแรกทำให้การส่งออกสินค้าลดลง โดยเฉพาะสินค้าที่ไทยเป็นซัพพลายเชนให้กับจีน โดยขณะนี้ผลจากสงครามการค้ากระทบต่อการส่งออกประมาณ 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐ ยังกระทบไม่มาก มองว่าในปีนี้สงครามการค้ามีทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม หากสงครามการค้ายืดเยื้ออาจส่งผลดีต่อการลงทุนที่จะย้ายฐานมาไทย” นายลวรณกล่าว

นายลวรณกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่องคาดว่าจะโต 3.3% แม้ว่าเครื่องชี้เศรษฐกิจประจำเดือน ธันวาคม 2561 จะมีสัญญาณชะลอตัวอยู่บ้าง ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกสินค้าที่หดตัวจากภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่การใช้จ่ายภายในประเทศยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้เกษตรกรในช่วงปลายปี 2561 บวกกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นในไตรมาสสุดท้าย ช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกยังอยู่ในเกณฑ์ดีและรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้สพฐ.ชี้ ‘น้ำใส BNK48’ ใส่เสื้อสัญลักษณ์นาซี ไม่เกี่ยวหลักสูตรเด็กเรียนแต่ไม่จำ-ผู้ใหญ่ไม่ระวัง
บทความถัดไปชาวเน็ตโร่ถาม ปู่ไพวงษ์ โทรหา แมท ภีรนีย์ เพื่ออธิบายจริงไหม?