กอ.รมน.อึ้งโค่นต้นไม้ใหญ่วิภาวดีป่าราบ ชี้ครู-ทหารบางส่วนเอี่ยว

ความคืบหน้า สภ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมรถบรรทุกขนไม้ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี ซึ่งนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี และพล.ต.มโนช จันทร์คีรี ผบ.มทบ.45 เข้าตรวจสอบพบพื้นที่ป่าเขตเตรียมการสงวน หมู่ที่ 8 ต.ตะกุกเหนือ ถูกลักลอบแผ้วถางป่าและตัดโค่นต้นไม้เป็นบริเวณกว้าง กระทั่ง พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพบพื้นที่ป่าเตรียมการเป็นป่าสงวน ตาม พ.ร.บ.2484 หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านถึงความไม่ชอบมาพากลของเจ้าหน้าที่รัฐ จนพบมีการบุกรุกพื้นที่ป่าจริงจากร่องรอยการแผ้วถางตัดไม้ทำลายป่า และยึดครองเป็นพื้นที่ทำกินหลายพันไร่ ทั้งยังมีถนนตัดผ่านเพื่ออำนวยความสะดวกให้กลุ่มนายทุนในการขนย้ายไม้ผิดกฎหมายนั้น

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมตาปี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี พลโท กิตติศักดิ์ บุญสุข ที่ปรึกษาผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 (ศ.ปป.4) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) และคณะศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 การป้องกันและแก้ไขความมั่นคงพิเศษ ด้านการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ ประชุมรับฟังการชี้แจงเพื่อติดตามกรณีการบุกรุกป่าในพื้นที่ อ.วิภาวดี โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.อ.สมเดช โยธา รอง ผอ.รมน.จังหวัด นายจงรักษ์ ทรงรัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 พ.ต.อ.ชวลิต เลี้ยงสุพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง

นายจงรักษ์ ทรงรัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 รายงานว่า พื้นที่ถูกบุกรุกเป็นพื้นที่ป่าเตรียมการสงวนแปลงที่ 92 บ้านบางเมาะ หมู่ที่ 9 ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี มีเนื้อที่ 16,875 ไร่ มีพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถางและตัดไม้ จำนวน 275.16 ไร่ โดยเหตุการณ์หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิภาวดี ได้จับกุมผู้ลักลอบขนไม้ท่อนซุง ออกจากพื้นที่ป่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม  และมีการสืบสวนขยายผลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และทหาร สามารถตรวจยึดและแจ้งความดำเนินคดี จำนวน 23 คดี แยกเป็นคดีทำไม้ 7 คดี ยึดไม้ 3 คดี และแผ้วถางป่า 13 คดี จากการขยายผลเพิ่มเติมพบว่า มีข้าราชการครู และทหาร บางส่วน เข้าไปครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าวด้วยซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนหาข่าว

พ.ต.อ.ชวลิต เลี้ยงสุพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า มีการสอบสวนขยายผลใน 2 พื้นที่และการสอบสวนแล้วเสร็จ สภ.วิภาวดี จำนวน 3 คดี แยกเป็นคดีทำไม้ 2 คดี และแผ้วถางป่า 1 คดี ที่ สภ.พุนพิน จำนวน 4 คดี เป็นคดีทำไม้ 2 คดี และคดีอายัดไม้ 2 คดี รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 11 คน

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมได้มีการซักถามกรณีมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2 รายตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน และสารวัตรกำนัน ที่ถูกศาลออกหมายจับและควบคุมตัวไว้ได้มีดำเนินการทางวินัยหรือไม่ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องชี้แจงว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่ง พ.อ.นภัค สุวรรณคีรี ผอ.สสท.ศปป.4 กอ.รมน.ขอให้ทาง อ.วิภาวดี ต้นสังกัดรายงานผลการสอบสวนเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน เนื่องจากเหตุการณ์ตัดไม้ทำลายป่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคมและเชื่อว่ามีข้าราชการอยู่เบื้องหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกันพลโท กิตติศักดิ์ และคณะได้ขึ้นบินสำรวจบริเวณสันป่าเขาระเบิด พื้นที่หมู่ 9 ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี และเดินทางลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบร่องรอยแผ้วถางพื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้างและมีต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นล้มตัดเป็นท่อนรอขนย้ายจำนวนมาก

พลโท กิตติศักดิ์ กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ยอมรับว่ามีการบุกรุกตัดไม้และแผ้วถางป่าที่เป็นวงกว้าง ทั้งๆที่สภาพป่ายังสมบูรณ์ เท่าที่ดูยังพบว่าเป็นการกระทำส่วนบุคคลของคนบางกลุ่มที่ทำอาชีพแบบนี้อยู่ แต่ยังไม่เข้าข่ายของนายทุนกลุ่มใหญ่ ทางตำรวจกำลังดำเนินการตามกฏหมายอยู่ หลังจากนี้ไปจะต้องมีการสนธิกำลังร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อรักษาป่าไม้ไว้ไม่ให้มีการขยายพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าออกไปอีก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทนายเผย’ฮาคีม’เครียดหวั่นส่งกลับบาห์เรน เผยตกเป็นเหยื่อแทนพี่ เคลื่อนไหว’อาหรับสปริง’
บทความถัดไป‘ดี้ นิติพงษ์’ แนะวิธีให้ ‘ฮาคีม’ ลงทะเล เพราะไม่รู้จะคืนใคร