‘บ้านปู’ให้บริการสมาร์ทซิตี้โซลูชันโรงเรียนนานาชาติรักบี้

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บ้านปูได้ให้บริการด้านสมาร์ทซิตี้โซลูชันให้กับโรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การออกแบบระบบ การเข้าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานแสงอาทิตย์และสมาร์ทโซลูชัน ด้วยเทคโนโลยีสะอาดและทันสมัยแบบครบวงจร ไปจนถึงการบำรุงรักษา เพื่อมอบพลังงานสะอาดและสมาร์ทโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของโรงเรียนสู่การเป็นสมาร์ทแคมปัส คาดหวังว่าการนำนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดมาใช้อย่างแพร่หลายนี้ จะเป็นส่วนสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้อย่างยั่งยืน

“มั่นใจว่าการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโซลูชันเทคโนโลยีด้านพลังงานอื่นๆ ให้กับโรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ จะช่วยส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นหนึ่งในต้นแบบสมาร์ทแคมปัสที่มีการใช้งานพลังงานอย่างชาญฉลาด และส่งเสริมการเรียนของเด็กยุคใหม่ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม”นางสมฤดีกล่าว

สำหรับเฟสแรกของการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อรองรับระบบไมโครกริดในอนาคตของโรงเรียนนานาชาติ รักบี้ฯ ที่บ้านปูฯ เข้าติดตั้ง มีกำลังการผลิตรวม 1 เมกะวัตต์ ด้วยกำลังการผลิตรวมในปัจจุบัน คาดว่าภายใน 1 ปี โรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ จะสามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้กว่า 740 ตัน เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้มากกว่า 43,000 ต้นต่อปี ลดการใช้น้ำได้กว่า 1.5 ล้านลิตรต่อปี สามารถประหยัดไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 4.3 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่หลังคาของโรงเรียนและบริเวณลานจอดรถแล้ว ยังมีการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานอื่นๆ อาทิ โซลาร์คีออส
ระบบออนและออฟกริด ที่ใช้ได้ทั้งไฟบ้านและพลังงานแสงอาทิตย์ และโซลาร์แชร์ ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้แบบ 100% ตั้งอยู่บริเวณจุดรับรองผู้ปกครองและแขกของโรงเรียนให้สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือหรือใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่อาจารย์ในการเดินทางภายในโรงเรียนด้วยรถพลังงานไฟฟ้า(อีวี) คือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าอีกด้วย

นางทยา ทีปสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทยกล่าวว่า โรงเรียนนานาชาติรักบี้ ประเทศไทยเป็นโรงเรียนที่เน้นพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวม ภายใต้แนวคิดสมาร์ทแคมปัส โดยปลูกฝังให้นักเรียนคำนึงถึงการรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งการที่ทางบ้านปูฯ ได้ เข้ามาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวมถึงสมาร์ทซิตี้โซลูชันให้นั้น นอกจากจะช่วยให้โรงเรียนสามารถเดินหน้า
พัฒนาเป็นสมาร์ทแคมปัสอย่างยั่งยืนได้เร็วยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงประโยชน์ของการใช้พลังงานสะอาดผ่านประสบการณ์จริง และคุ้นชินกับการเอาเทคโนโลยีมาส่งเสริมการประหยัดพลังงานในชีวิตประจำวัน พร้อมยังกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างนวัตกรรมพลังงานในหมู่คนรุ่นใหม่อีกด้วย

ในเฟสต่อไปนั้น บ้านปูฯ มีแผนจะพัฒนาและนำเสนอสมาร์ทซิตี้โซลูชันอื่นๆ ที่เหมาะสมตามการเติบโตของโรงเรียน หรือความต้องการของนักเรียนและครู มาให้บริการที่โรงเรียนเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมแนวคิดสมาร์ทแคมปัสของโรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ และช่วยบริหารจัดการการใช้พลังงานภายในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในวันงานโรงเรียนนานาชาติรักบี้ฯ ยังจัดให้มีโซนการเรียนรู้ “สมาร์ทซิตี้โซลูชัน” ที่จัดแสดงเทคโนโลยีด้านพลังงานสุดล้ำ เพื่อให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับครู นักเรียน รวมถึงผู้ที่เข้ามาเยี่ยม โดยมีการสาธิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ระบบไมโครกริดแบบเคลื่อนที่ รวมถึงโซนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โซนสาธิตกระบวนการการจัดการขยะ และโซนเสาไฟฟ้า อัจฉริยะ “สมาร์ทโพล”

บทความก่อนหน้านี้ผู้อ่านมติชน 84 % เห็นว่า ควรปรับปรุงข้อกม.ราชทัณฑ์ เครื่องพันธนาการ ใช้กับคดีที่เหมาะสม
บทความถัดไปสภากาชาดท้านักวิ่งทะลุ10ล้านกม.หนุนซื้อเครื่องเออีดีรวม60ล้านบาท