ก.อุต-กนอ.-เนโดะดันรีไซเคิลซากรถยนต์โมเดลต้นแบบภูมิภาค

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบายให้ความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อการบริหารจัดการด้านทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับ กนอ.มีแผนงานการขับเคลื่อนนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศตามหลักการนิเวศอุตสาหกรรม หรือ Industrial Ecology ที่คำนึงถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยมุงเน้นการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำแนวคิดการนำหรือเลือกใช้ทรัพยากรที่สามารถนำกลับมารีไซเคิล (3Rs) และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Symbiosis) มาประยุกต์ใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ.

ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม กนอ.และองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เนโดะ) จึงได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการสาธิตสำหรับการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนที่คำนึงถึงการอนุรักษ์พลังงานเพื่อการรีไซเคิลทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมสำหรับซากยานพาหนะที่หมดอายุใช้งานในประเทศไทย (The Demonstration Project for an En ergy-Saving Resource Circulation System to Establish Efficient and Suitable Resource Recycling for End -of-life Vehicles in Thailand หรือ ELV) เพื่อสร้างระบบหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพจากซากรถยนต์ที่ใช้แล้วในประเทศไทย โดยการนำเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่นมาสาธิตในการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นโมเดลการรีไซเคิลทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียในอนาคต

“ประเทศไทยถือเป็นผู้นำการผลิตด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในอาเซียน โดยยังไม่มีระบบการจัดการซากรถยนต์อย่างเป็นระบบเช่นที่ประเทศญี่ปุ่น การรื้อถอนซากชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์จะใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการรื้อถอนซากรถยนต์เหล่านี้ได้ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การปนเปื้อนในดินจากน้ำมันและสารเคมีเหลว ปัญหาคุณภาพน้ำ หรือการปล่อยสารฟรีออนที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นความร่วมมือในโครงการ ELV ครั้งนี้ ระหว่างไทยและญี่ปุ่น กนอ.เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ดีให้กับผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจจัดการซากรถยนต์มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการกำจัดซากรถยนต์อย่างเหมาะสมถูกวิธี ช่วยประหยัดพลังงานและดูแลสิ่งแวดล้อม รองรับการเกิดซากยานพาหนะจำนวนมากในอนาคต ”น.ส.สมจิณณ์กล่าว

สำหรับโครงการ ELV จะดำเนินการระหว่างปี 2562- มีนาคม 2564 โดยทางเนโดะจะมอบให้บริษัท โตโยต้า ทูโช คอร์ปอเรชั่น (Toyota Tsusho Corporation) เป็นผู้ดำเนินการโครงการหลัก ที่จะทำการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีภายในโรงงานสาธิตของ บริษัท กรีน เมทัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 3 จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นผู้ประกอบการกิจการคัดแยกขยะและรีไซเคิลโลหะโดยการตัด บด ย่อยเศษโลหะ และวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตรายทุกประเภท ซึ่งโครงการสาธิตนี้จะทดลองเฉพาะเศษซากรถยนต์ที่เกิดขึ้นเฉพาะในไทยเท่านั้น

“โครงการสาธิตดังกล่าวนี้นอกจากจะสาธิตการถอดรื้อซากรถยนต์ไปพร้อมๆกับการรวบรวมสารฟรีออน น้ำมันและของเหลวเหลือทิ้งซึ่งใช้วิธีการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสามารถตรวจสอบประวัติย้อนหลังได้แล้ว จะมีการสาธิตเครื่องตัดรถยนต์(Cutting Machine) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการถอดรื้อซากรถยนต์ด้วยจากการที่สามารถดึงเอาสิ่งมีค่ากลับคืนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพจากซากรถยนต์โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและจะมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยสามารถจัดการกับวัสดุเหลือทิ้งได้เป็นอย่างดี”ดร.สมจิณณ์กล่าว

ทั้งนี้ภายในกรอบความร่วมมือ กระทรวงอุตสาหกรรม และ กนอ.พร้อมให้คำแนะนำและจะสนับสนุนในด้านต่างๆให้กับเนโดะและบริษัทฝ่ายญี่ปุ่นรวมถึงนิติบุคคลท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ เช่น การอำนวยความสะดวกในการเข้าสำรวจสถานที่ การบริหารจัดการโครงการ พร้อมทั้งจะร่วมมือกันในการวางมาตรการออกแบบกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในการจัดการวัสดุเหลือทิ้งที่ไม่สามารถกำจัดได้ภายในประเทศไทย อาทิ สารเร่งปฏิกิริยา แผงวงจรไฟฟ้า ซึ่งวัสดุเหล่านี้จะถูกนำไปรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง โดยการวางมาตรการดังกล่าวจะอ้างอิงจากกฎหมายรีไซเคิลรถยนต์ของประเทศญี่ปุ่น

บทความก่อนหน้านี้‘บุญถึง’ ผงาดคว้าแชมป์คนไทย 3 สมัยติด – ปอดเหล็กเคนยากวาดเหรียญ ‘บุรีรัมย์ มาราธอน 2019’ (คลิป)
บทความถัดไปแคนโต้โปสการ์ด ประจำวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562