สัพเพเหระคดี รอไม่ได้ โดย : โอภาส เพ็งเจริญ

คุณจำนูญถูกจับกุมคาเพลงคาหนัง คือ ถูกจับกุมพร้อมแผ่นเพลงเอ็มพี 3 และแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ ขณะวางขายอยู่

พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคุณจำนูญ ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และ พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551
คุณจำนูญให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯพิพากษาว่า คุณจำนูญมีความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 31(1) และผิด พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ฯ มาตรา 79 ประกอบมาตรา 38 วรรคหนึ่ง

การกระทำเป็นความผิดหลายกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษ ในความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า

แต่เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ของกลางมีจำนวนเล็กน้อย ทั้งคุณจำนูญไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้กลับตนเป็นพลเมืองดี รอการกำหนดโทษไว้ 1 ปี

ความผิดฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ ปรับ 200,000 บาท รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งคงปรับ 100,000 บาท

คุณจำนูญอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ขอให้รอการกำหนดโทษ (ปรับ) ในความผิดฐานประกอบกิจการ ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯด้วย

ศาลฎีกาวิจิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กรณีศาลจะรอการกำหนดโทษได้นั้น จะต้องเป็นความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินสามปี

เมื่อความผิดตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯมาตรา 38 วรรคหนึ่ง ที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม มาตรา 79 นั้น มีระวางโทษปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาทและปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาทตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืนอยู่ โดยไม่มีโทษจำคุก

ความผิดฐานประกอบกิจการ ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน จึงไม่ใช่ความผิดที่มีโทษจำคุกและไม่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายที่ศาลจะใช้วิธีการรอการกำหนดโทษได้

ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯลงโทษปรับในความผิดฐานดังกล่าว 200,000 บาท เป็นระวางโทษขั้นต่ำสุดแล้ว

ศาลฎีกาพิพากษายืน

เป็นอันว่า รอการกำหนดโทษปรับไม่ได้

(เทียบคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18332/2557)

หมายเหตุ – อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ถูกแก้ไขใหม่ ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2559 ให้สามารถรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษ “ปรับ” ได้ด้วยแล้ว นอกเหนือจากการรอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษ “จำคุก” อย่างเดียว

ดังนี้ หากคดีลักษณะนี้สู่การพิจารณาหลังจากนั้น ศาลอาจใช้ดุลพินิจ รอการกำหนดโทษ หรือรอการลงโทษ ปรับได้ด้วย ถ้าเข้าเงื่อนไขตามที่มาตรานี้กำหนดไว้

ดังนำมาแสดงไว้ในที่นี้ คือ

มาตรา 56 (เฉพาะวรรคหนึ่ง และวรรคสอง)

ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุกหรือปรับ และในคดีนั้น ศาลจะลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี ไม่ว่าจะลงโทษปรับด้วยหรือไม่ก็ตาม หรือลงโทษปรับ ถ้าปรากฏว่าผู้นั้น

(1) ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน หรือ

(2) เคยรับโทษจำคุกมาก่อน แต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือเป็นโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือ

(3) เคยรับโทษจำคุกมาก่อนแต่พ้นโทษจำคุกมาแล้วเกินกว่าห้าปี แล้วมากระทำความผิดอีก โดยความผิดในครั้งหลังเป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

และเมื่อศาลได้คำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และสิ่งแวดล้อมของผู้นั้น หรือสภาพความผิด หรือการรู้สึกความผิด และพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น หรือเหตุอื่นอันควรปรานีแล้ว ศาลจะพิพากษาว่า ผู้นั้นมีความผิดแต่รอการกำหนดโทษ หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ ไม่ว่าจะเป็นโทษจำคุก หรือปรับอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งสองอย่าง เพื่อให้โอกาสกลับตัวภายในระยะเวลาที่ศาลจะได้กำหนด แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษา โดยจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของผู้นั้นด้วยหรือไม่ก็ได้

โอภาส เพ็งเจริญ
newsmanlawyer@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้เมื่อเรตติ้งละครดี งานแก้บนก็มา ดูลีลาเปรี้ยว-หนิง ร่ายรำ
บทความถัดไปตาชั่งพันดาว 11ก.พ.62 : โดย ไตร27