‘เครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า’จี้ศจย.ศึกษาข้อดี-ข้อเสียห้ามนำเข้าให้รอบคอบ

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายอาสา ศาลิคุปต์ ตัวแทนเครือข่ายลาขาดควันยาสูบ และเฟซบุ๊กเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” กล่าวถึงกรณีชมรมลมวิเศษทำการทดลองวัดค่าฝุ่น PM2.5 จากไอบุหรี่ไฟฟ้าภายในกล่องอะคริลิก พร้อมระบุว่า ค่าฝุ่น PM2.5 จากไอบุหรี่ไฟฟ้าเกินกว่า 500 ไมโครกรัมลูกบาศก์เมตร สูงกว่าไอเสียรถยนต์ดีเซลซึ่งค่า PM2.5 อยู่ที่ 250.8 ไมโครกรัมลูกบาศก์เมตร ว่า ก่อนหน้านี้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า การทดลองดังกล่าวไม่ถูกต้อง การนำเครื่องวัดฝุ่นไปวัดไอบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นไอน้ำ จะทำให้เครื่องโดนหลอก และแสดงค่าเยอะเกินจริง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่าควันบุหรี่ไฟฟ้าจะไม่มีฝุ่น PM2.5 เพราะมีงานวิจัยที่เคยศึกษาถึงปริมาณฝุ่น PM 2.5 จากบุหรี่ไฟฟ้า พบอยู่ในระดับเพียง 9.88 ไมโครกรัมลูกบาศก์เมตร ซึ่งใกล้เคียงกับระดับฝุ่นในสิ่งแวดล้อมปกติ แต่เมื่อเทียบกับฝุ่นจากควันบุหรี่แล้วมีถึง 572.52 ไมโครกรัมลูกบาศก์เมตร แต่การสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็ยังมีสารอื่นออกมาอีกด้วย เช่น นิโคติน พร้อมแนะนำว่าหากเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าได้ก็ควรเลิก

นายอาสา ศาลิคุปต์ กล่าวต่อว่า การทดสอบนี้ไม่ควรเรียกว่าการทดลองด้วยซ้ำ และค่าที่วัดได้ ก็ไม่ได้บอกถึงความอันตรายของไอละอองบุหรี่ไฟฟ้า แต่เป็นเพียงการวัดปริมาณไอละอองหรือสิ่งที่ระเหยออกมาจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าโดยไม่ได้บอกว่า ในไอละอองนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งหากไปทำการทดลองแบบนี้กับการต้มน้ำ ก็จะได้ผลไม่ต่างกัน ถือเป็นการทำการทดลองที่ไม่เคารพหลักการทำการวิจัย และเป็นเรื่องน่าอายที่บ้านเราพยายามให้ข้อมูลผิดๆ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าตลอดเวลา อย่างไรก็ตามการที่กรมการค้าต่างประเทศมอบหมายให้ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ( ศจย.) เป็นผู้ทำการศึกษาข้อดีและข้อเสียของการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง เพราะศจย. ขาดความเป็นกลางใช่หรือไม่ รวมถึงยังขาดความรู้ความเข้าใจทางเทคนิค ทางกลุ่มจึงไม่ยอมรับผลการศึกษาที่ขาดความเป็นกลางนี้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image