ม.ค.62 ยอดตั้งบริษัทใหม่โตกระฉูด กระจุกตัวพื้นที่อีอีซี-เอสอีซี

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เดือนมกราคม 2562 มีบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งใหม่กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จำนวน 7,311 ราย มีเพิ่มขึ้นจำนวน 3,209 ราย คิดเป็น 78% หากเทียบเดือนธันวาคม 2561 ที่มีจำนวน 4,102 ราย และเพิ่มขึ้น 5% เทียบเดือนมกราคม 2561 มีจำนวน 6,965 ราย แต่หากคิดมูลค่าทุนจดทะเบียนมีจำนวนลดลง โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 17,693 ล้านบาท ลดลง 20,967 ล้านบาท เมื่อเทียบเดือนธันวาคม 2561 มีทุนจดทะเบียนรวม 38,669 ล้านบาท หรือลดลง 54% และเทียบเดือนมกราคม 2561 ลดลง 247 ล้านบาท หรือ 1% ทั้งนี้ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้าตลอดจนขนส่งคน จัดตั้งธุรกิจใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก เรียงตามลำดับ

นายวุฒิไกรกล่าวว่า สำหรับธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนมกราคม 2562 มีจำนวน 1,401 ราย ลดลง 75% เทียบเดือนธันวาคม 2561 มีจำนวน 5,511 ราย หากเทียบเดือนมกราคม 2561 มีจำนวน 1,350 ราย เพิ่มขึ้น 51 ราย คิดเป็น 4% โดยธุรกิจก่อสร้าง, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ เป็นธุรกิจเลิกกิจการสูงสุด


“นัยยะแฝงที่น่าสนใจคือ มีการจัดตั้งบริษัทในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มากขึ้นกว่า 5% โดยเฉพาะใน จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อเป็นการรองรับการเติบโตของพื้นที่อีอีซี โดยเฉพาะธุรกิจการก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจคลังสินค้า ธุรกิจขนถ่ายสินค้า ค้าปลีกค้าส่ง ซึ่ง จ.ฉะเชิงเทรามีการลงทุนสูงถึง 51% ส่วนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (เอสอีซี) จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ภาพรวมเพิ่มขึ้น 6% โดยแนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจคาดว่ามีอัตราการเติบโตที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งการจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศปี 2562 น่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 70,000-72,000 ราย ทั้งนี้อาจส่งผลให้ยอดจดทะเบียนเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ชะลอตัวเล็กน้อยหากเทียบกับเดือนมกราคม 2562 แต่ถือว่าไม่ได้ผิดปกติ”

นายวุฒิไกรกล่าวคาดการณ์เทรนด์ธุรกิจใหม่ในปี 2562 ว่า จะมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากแบ่งเป็นต่างชาติเข้ามาลงทุน มองว่าจะเป็นธุรกิจประเภทโลจิสติกส์ ไอที ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่จะเข้ามามากขึ้นแน่นอน ส่วนธุรกิจที่มองว่าในอนาคตจะเริ่มหายไป เป็นธุรกิจที่ต้องทำเป็นประจำ งานลักษณะเดิมๆ มีความซ้ำซากจำเจ เพราะจะมีการนำปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) หรือนำเครื่องจักรเข้ามาแทนแรงงานคน ส่วนธุรกิจที่มองว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ เป็นธุรกิจที่ต้องใช้ความคิด ใช้การสร้างสรรค์ และความแตกต่าง เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำซ้ำๆ หรือนำหุ่นยนต์เข้ามาทำทดแทนได้

บทความก่อนหน้านี้สวทช. นำงานวิจัย เสริมแกร่งภาคใต้ ในงาน “สวทช.-วิทย์สัญจร” จ.สงขลา
บทความถัดไปญาติเข้าพบ ‘สมยศ’ ช่วยตามคดีนักฟุตซอลเยาวชนเสียชีวิตแต่คดีไม่คืบ!