ตร.บุกซอยกำนันแม้น ค้นบ้านแก๊งงานบวช “เอกไฝ” หัวโจก ร่ำไห้ขอโทษสำนึกผิด

จากกรณีแก๊งวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่เดินทางมาร่วมงานบวชที่วัดสิงห์ ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ได้พาพวกเข้ามารุมทำร้ายนักเรียนที่เดินทางมาสอบ แกต-แพต เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกขอร้องให้ลดใช้เสียงในการแห่นาคเนื่องจากนักเรียนกำลังทำการสอบ จนทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียน รปภ. และนักเรียน ได้รับบาดเจ็บ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านเอกชัย 19 แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางขุนเทียน คุมตัว นายวัลลภ นุชแฟง อายุ 32 ปี หรือ เอกไฝ และ นายชัชศิริ แซ่โง้ว อายุ 39 ปี พี่ชาย บุญธรรมของนายวัลลภ เข้าไปตรวจค้นบ้านพักส่วนตัว เพื่อตรวจหาสารเสพติด อาวุธปืน หรือ สิ่งของผิดกฎหมาย โดยมีการกระจายกำลัง ตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุอีก 15 คน กระจัดกระจายอยู่ตามห้องเช่า อพาร์ทเมนท์ และหอพัก ภายในซอยกำนันแม้น 13 แยก 12 ซอยกำนันแม้น 13 แยก 14 ซอยกำนันแม้น 7 ซอยกำนันแม้น 11 ซอยกำนันแม้น 32 ซอยเอกชัย 30 ซอยเอกชัย 46 และ ซอยเอกชัย 49

บ้านพักนายวัลลภ เป็นบ้าน 2 ชั้น ปลูกในรั้วรอบขอบชิด ชั้นล่างตั้งเป็นคณะกระตั้วศิษย์หลวงพ่อขาว มีอุปกรณ์ เครื่องดนตรี ชุดนางรำ และเครื่องประดับ ถูกจัดเรียงไว้ภายในบ้าน ซึ่งในระหว่างการตรวจค้น ได้มาชาวบ้าน ญาติสนิท เข้ามาให้กำลังใจนายวัลลภด้วย

เมื่อตรวจค้นเสร็จมารดา ของนายวัลลภ ได้เข้าไปพูดคุยกับลูกชาย ทั้งน้ำตา พร้อมกับบอกให้สู้ๆ และ ยอมรับความผิด

โดยนายวัลลภ กล่าวทั้งน้ำตาว่า เหตุการณ์ที่ทำลงไป ตนขอโทษทุกคน ขอโทษผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ ครู รปภ. และนักเรียนทุกคน ในตอนนั้น ตนคิดว่า จะไปเจาจรกับ ผอ. แต่ไปแล้ว ไม่พบ จึงได้โกรธ ประกอบกับ ตนยอมรับว่า ดื่มสุรา จนมีอาการมึนเมา ทำให้ขาดสติ จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว ตอนนี้ตนสำนึกผิดแล้วจริงๆ

ด้าน นายชัชศิริ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนก่อเหตุ แต่เป็นคนเข้าไปห้าม เมื่อมีรูปของตนปรากฎอยู่ในภาพกล้องวงจรปิด ตนก็ยอมรับผิด เนื่องจาก ตนอยู่ในสถานการณ์ ตนขอโทษทุกๆคน

ภายหลังจากการตรวจค้นบ้านพักเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ไปยัง สน.บางขุนเทียน จากนั้น จะมีการนำตัวไปส่งศาลอาญาธนบุรี ต่อไป

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สน.บางขุนเทียน พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผกก.สน.บางขุนเทียน และ พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ ทองแพ รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน แถลงผลความคืบหน้าการสนธิกำลังทหารเข้าบุกเข้าตรวจค้นบ้านพักนายวัลลภ นุชแฟง หรือ “เอกไฝ” อายุ 32 ปี หัวโจกคดีบุกโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ทำร้ายร่างกายคณะครูอาจารย์ นักเรียน และ รปภ. จนได้รับบาดเจ็บ พร้อมพวกที่ร่วมก่อเหตุ รวม 16 คน ตามจุดต่างๆ ย่าน ซอยกำนันแม้น 13 แยก 12 ซอยกำนันแม้น 13 แยก 14 ซอยกำนันแม้น 7 ซอยกำนันแม้น 11 ซอยกำนันแม้น 32 ซอยเอกชัย 30 ซอยเอกชัย 46 และ ซอยเอกชัย 49

พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้ตำรวจ สน.บางขุนเทียน สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.9 ดำเนินการเข้าตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหา 16 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 24 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ จากการปฏิบัติไม่พบว่ามีสิ่งกฎหมายซุกซ่อนอยู่ในที่พักของผู้ต้องหาทั้ง 16 รายแต่อย่างใด หลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม คาดว่าจะมีเพิ่มอีก 3 คน ส่วนคดีซ่องโจรกับคดีคุกคามทางสิทธิเสรีภาพ ตอนนี้ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวนแจ้งเพิ่มเติมต่อไป สำหรับคดีอนาจารนั้นวานนี้ผู้เสียหายเยาวชนได้เข้าให้การกับพนักงานสอบสวนแล้ว คาดจะสามารถแจ้งข้อหาเพิ่มได้ทันที เนื่องจากผู้ก่อเหตุหอมแก้มผู้เสียหายก็อยู่ในกลุ่ม 24 คน ที่เราจับกุมมาก่อนหน้านี้กำลังตรวจสอบความชัดเจนโดยใช้ผู้เสียหายชี้ตัวอีกครั้ง

“ส่วนความคืบหน้าด้านการดำเนินการกับผู้ต้องหาทั้ง 24 คนนั้น วันนี้ผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่จำนวน 20 คน จะถูกส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี ส่วนเยาวชน 4 คน นำตัวส่งฝากขังที่ศาลเยาวชนตามวิธีการปฏิบัติ สำหรับประเด็นที่โลกโซเชียลระบุมีผู้ต้องหาพกพาปืนเข้าไปก่อเหตุในโรงเรียนนั้น ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วไม่พบแต่อย่างใด ผลตรวจสอบปัสสาวะผู้ต้องหาทั้ง 24 ราย ไม่พบสารเสพติด ข้อมูลประวัติผู้ต้องหาเหล่านี้ไม่เคยมีหมายจับคดีอุกฉกรรจ์และคดีทะเลาะวิวาทติดตัว มีบางรายเคยต้องโทษเสพยาเสพติดแต่คดีเสร็จสิ้นแล้ว” พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับข้อหาที่ผู้ต้องหาทั้ง 24 ราย จะถูกพนักงานสอบสวนแจ้งความทั้งหมดก่อนคุมตัวส่งศาลขณะนี้ มีทั้งหมด 7 ข้อหาหนักข้อหาที่ 1 ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
มาตรา 365 (1) (2) โทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหาที่ 2 ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์มาตรา 358 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหาที่ 3 ร่วมกันทำร้ายร่างกายมาตรา 295 ผู้ใดทำร้ายผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหาที่ 4 อนาจารบุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ ป.อาญา ม.278 , 281 จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหาที่ 5 ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่กาย โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธ ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ม. 309 จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหาที่ 6 มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ผิด ม.215 โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหาที่ 7 ห้ามมิให้ผู้ใด บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณวัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา ม. 31 (1) โทษตาม ม.42 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ซ่าไม่ออก! 2 บริษัทดังสั่งพักงาน-ไล่ออก ‘แก๊งงานบวช’ หลังป่วนมัธยมวัดสิงห์
บทความถัดไปกรมสรรพาวุธฯ บวงสรวง ‘กลองมโหระทึก’ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (ภาพชุด)