หน้าแรก เด่นวันนี้ นักปวศ.จี้ปมเ...

นักปวศ.จี้ปมเจาะน้ำมันใกล้สถูปศรีเทพฯ สะท้อนปัญหาขรก.ทำงานไม่ประสานกันเอง

27.02.19 | 13:51 น.

สืบเนื่องกรณีบริษัทอีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) จำกัด นำเสนอแผนการสร้างฐานหลุมผลิตปิโตรเลียมใกล้โบราณสถานมหาสถูปเขาคลังนอก อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยอยู่ห่างออกไปเพียง 100 เมตร

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
อธิบดีกรมศิลปากรเต้น!! ไม่ได้รับรายงาน เร่งตรวจสอบเอกชนเตรียมขุดปิโตรเลียมใกล้แหล่งโบราณอายุ 1,300 ปี

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะจะเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิทัศน์อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังก่อปัญหามลพิษทางเสียง เพราะเครื่องจุดจาะ อีกทั้งแรงสั่นสะเทือนที่จะตามมา ควรมีการพิจารณาในระยะยาวด้วยว่า หากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามตนเข้าใจว่ากรมศิลปากรอาจไม่ได้มีอำนาจเต็มในการห้ามหรืออนุญาต แต่ปัญหานี้สะท้อนถึงการทำงานไม่ประสานกันระหว่างหน่วยงานราชการ หากประเด็นนี้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา จะมีการถกเถียงกันอย่างหนัก

“คิดว่าเป็นเรื่องไม่สมควรเลย อย่างกรณีในอเมริกาเขาถกเถียงกันมาก เพราะการขุดเจาะน้ำมันนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหากมีการขุดเจาะจริงอย่างแรกคือ การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของพื้นที่ เพราะในระยะเพียง 100 เมตรนั้น ยังไงก็แล้วแต่จะต้องเห็นเครื่องขุดเจาะและตัวอาคารของบริษัทอย่างแน่นอน ซึ่งต้องเข้าใจว่า พื้นที่เมืองศรีเทพนั้น ไม่ได้กินเฉพาะในส่วนของโบราณสถาน แต่เมืองศรีเทพมีจุดเด่นอยู่ที่เมืองของ cultural landscape หรือ ภูมิทัศน์วัฒนธรรม ตัวอย่างเช่น ถ้าอยากเข้าใจคติจักรวาลของศรีเทพ คุณต้องขึ้นไปบนเขาคลังนอก แล้วจะเห็นภูมิทัศน์ที่สัมพันธ์กับเขาถมอรัตน์ ซึ่งจะช่วยทำให้เข้าใจเมืองศรีเทพดีขึ้น เพราะเขาคลังนอกก็คือภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเพื่อให้มองเห็นเขาถมอรัตน์ที่เป็นเขาศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน นี่ยังไม่นับรวมถึงถนนที่ต้องมีการตัดใหม่เพื่อให้รองรับกับรถขนน้ำมันอีก”ผศ.พิพัฒน์กล่าว

Advertisement

ผศ.พิพัฒน์กล่าวว่า อย่างที่สอง เครื่องขุดเจาะพวกนี้ทำงานตลอดเวลาหรือ 24 ชม. เพราะฉะนั้นจะเกิดมลพิษทางเสียงที่เป็นมลพิษกับพื้นที่ เช่นเดียวกับปริมาณของรถขนน้ำมันที่จะต้องเพิ่มขึ้น ลองคิดดูว่าหากศรีเทพได้เป็นมรดกโลกจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจำนวนมากขึ้นจากทั่วโลก ประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับย่อมมหาศาล อาจจะมากกว่าการจ้างงานที่ทำเฉพาะในบริษัทน้ำมันเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีมลพิษอื่นๆ ที่ตามมาจากตัวโรงขุดเจาะน้ำมันอีก เช่น มลพิษทางอากาศ มลพิษจากสารพิษต่างๆ แสงจากบริษัทหรือแท่นขุดเจาะที่จะต้องสว่างทั้งคืน หรือกระทั่งการปนเปื้อนลงแหล่งน้ำ ทั้งหมดนี้ยังไม่นับรวมเรื่องปัญหาแรงสั่นสะเทือนต่อตัวโบราณสถาน และรวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นเช่น สัตว์ นก แมลง ที่จะได้รับผลกระทบไปด้วย

ผศ.พิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาเท่าที่เห็นอยู่ในขณะนี้คือถึงแม้ว่าบริษัทจะได้รับอนุญาตจากกระทรวงพลังงาน แล้ว และกรมศิลปากรอาจจะไม่มีอำนาจที่จะไปจัดการตรงนี้แต่ก็สะท้อนถึงปัญหาการไม่ทำงานประสานกันระหว่างกระทรวงต่างๆ เพราะการออกใบอนุญาตในลักษณะนี้กระทรวงพลังงานควรต้องใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่มีเฉพาะสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อมของแหล่งประวัติศาสตร์ ภาระเลยตกอยู่ที่กรมศิลปากร กรณีแบบนี้คงต้องเป็นเรื่องของท้องถิ่นที่ต้องผนึกกำลังกัน และมองถึงประโยชน์ระยะยาว น้ำมันขุดแล้วก็หมด ในขณะที่โบราณสถานนั้นจะอยู่ไปอีกหลายชั่วคน