เย้ยกม.! สืบโชคชัยตามจับ ‘โอ๋ บันไรกัน’ ยูทูปเบอร์สอนทำปืน -ค้ายาเสพติด ยึดปืน-ไอซ์ เจ้าตัวยังไม่รับ

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ สน.โชคชัย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พร้อมด้วย พ.ต.ท.กัณตภณ โพธิ์อ๊ะ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย  พ.ต.ท.อภิโชค ขนบดี สว.สส.สน.โชคชัย  พ.ต.ท.กอบศักดิ์ โพธิ์วารี สว.สส.สน.โชคชัย และ ร.ต.อ.ภิญโญ เวียงคำ รอง สว.สส.สน.โชคชัย ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย จับกุมตัวนายยุทธเมศร์ หรือ “โอ๋ บันไรกัน” ม่วงสมมุข อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดและครอบครองอาวุธปืน จับได้พร้อมของกลางปืน 3 กระบอก ไอซ์ 0.50 กรัม และอุปกรณ์เสพยาเสพติด

สืบเนื่องจาก ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มียูทูปเบอร์รายหนึ่งใช้ชื่อว่า “โอ๋ บันไรGun” มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและมั่วสุมเสพยาเสพติดภายในย่านลาดพร้าว รวมถึงยังสะสมอาวุธปืนไว้เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าตัวมักจะโพสต์คลิปวิดีโอทดสอบการใช้ ตลอดจนสอนการสร้างอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จนมีผู้ติดตามจำนวนมาก กระทั่งทางตำรวจสืบทราบว่า จะมีการนัดหมายจำหน่ายยาเสพติด บริเวณกลางซอยโชคชัย 4 ซอย 54 ถนนโชคชัย 4 แขวงและเขตลาดพร้าว ก่อนวางแผนการจับกุมได้ในที่สุด ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านพักแห่งหนึ่งบนถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงจระเข้บ้ว เขตลาดพร้าว จนพบของกลางทั้งหมด ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลาง สอบสวนที่ สน.โชคชัย โดยเมื่อได้นำผู้ต้องหาไปตรวจสารเสพติดในปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การ อ้างว่า ยาเสพติดที่พบเอาไว้สำหรับเสพเอง และปัจจุบันไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง แต่ก็ไม่ได้ค้ายาเสพติดแต่อย่างใด ส่วนอาวุธปืนที่พบนั้นเนื่องจาก ชื่นชอบอาวุธปืนจึงได้ซื้อปืนบีบีกันมาดัดแปลงเปลี่ยนลำกล้องใหม่ ที่สามารถใส่กระสุนปืนจริงได้

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อจึงควบคุมตัวไว้ทำการสอบสวนอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ของฝากจากพ่อ ใส่แล้วเพิ่มความสุขให้ว่าที่เจ้าสาวพันเท่า
บทความถัดไปยอดโทรกัญชาวันที่ 2 เกือบ 500 แจ้งขอครอบครอง 6 ราย ทั้งผู้ประกอบวิชาชีพ-ผู้ป่วย