ภาพเก่าเล่าตำนาน ‘บัญชีสีชมพู’… ของ‘ฮิตเลอร์’ โดย : พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

ประวัติศาสตร์อันแสนพิสดาร สุดสยอง ในช่วงก่อน และระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นประเด็นพิศวงแนวโหด ไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก บันทึกว่า…เมื่อ ฮิตเลอร์ ต้องการชำระล้าง สร้างสังคมของชาวเยอรมันให้บรรเจิด เฉิดฉาย เยอรมันต้องเป็นชาติชั้นนำของโลก

สิ่งที่จอมเผด็จการตัวพ่อดำเนินการแบบเฉียบขาด คือ การสั่งให้กำจัด สังหาร คนข้ามเพศ (เกย์) นับแสนคนอย่างไม่ปรานี

ต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมมิได้มีอคติ แบ่ง หรือเหยียดเพศสภาพใดๆ หากแต่การค้นคว้าและเขียนบทความที่ผ่านมา พบว่า นอกจากการสังหารชาวยิว 6 ล้านคนแล้ว ฮิตเลอร์ยังสั่งการให้สังหารแม้กระทั่งชาวเยอรมันด้วยกันที่มีลักษณะเป็น “คนข้ามเพศ”

ภาพเก่า..เล่าตำนาน ตอนนี้ขอเปิดเผยประวัติศาสตร์สะเทือนขวัญ “ความในใจ” ของเผด็จการจอมโหด ก่อนและในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ฮิตเลอร์แสนจะชิงชังรังเกียจและสั่งการให้กำจัด “คนข้ามเพศ” ให้หมดไปจากแผ่นดินเยอรมัน

ฮิตเลอร์ คือ อดีตพลทหารในสงครามโลกครั้งที่ 1 เคยบาดเจ็บจากการรบ ได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ ได้รับยศเป็นสิบโท

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติ เยอรมันพ่ายแพ้เพราะผู้ปกครองในประเทศทรยศหักหลังกันเอง ประชาชนเยอรมันตกในภาวะลำบากแสนสาหัส ต้องทำทุกอย่างเพื่อชดให้ให้ผู้ชนะสงคราม คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส

ฮิตเลอร์ผันตัวเองกลายเป็นนักการเมืองแถวหน้า เป็นพวกชาตินิยมสุดขั้ว เป็นนักพูด ปลุกระดม สามารถสะกดผู้ฟังได้เหมือนสะกดจิต

ทหารผ่านศึกฮิตเลอร์ เขียนหนังสือขายนับล้านเล่มแนวผูกขาดรักชาติ ถูกอกถูกใจชาวเยอรมันไปหมด ฮิตเลอร์ขายอุดมการณ์ที่จะสร้างชนชาติเยอรมันขึ้นมาใหม่ ยกระดับ-อัพเกรดคนผิวขาว ผมทอง ตาสีฟ้า ทำให้ชาวอารยัน (เยอรมัน) ให้เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ชั้นเลิศ เยอรมันจะต้องมีเฉพาะประชากรระดับ “คุณภาพสูง” เท่านั้น

ฮิตเลอร์ก้าวเข้าสู่การเมืองโดยเป็นหัวหน้าพรรค National Socialist German Workers Party หรือ NAZI ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2476

ในอุดมคติของผู้นำนาซีเวลานั้น ประเทศเยอรมันต้องไม่มีคนพิการ ต้องไม่มีคนป่วยทางจิต ไม่มีเกย์ เลสเบี้ยน คนเหล่านี้ต้องถูกกำจัด มิให้แพร่พันธุ์ได้อีกต่อไป…

ฮิตเลอร์มิได้ดีแต่ปาก จอมโหดคนนี้เอาจริง ในขณะที่ขึ้นครองอำนาจสูงสุด สั่งให้แก้กฎหมายเพื่อหาทางทำลายล้างเกย์ เลสเบี้ยน โดยกำหนดว่าคนกลุ่มนี้เป็นพวก “พฤติกรรมเสื่อม” ใครก็ตามที่ “มีพฤติกรรมทางเพศผิดธรรมชาติ” ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

ฮิตเลอร์แต่งตั้งสมุนเอก ชื่อ ฮิมเลอร์ (Himmler) เป็นหัวหน้าหน่วย ปฏิบัติการลับ SS รวบรวมรายชื่อ เรียกว่า “บัญชีสีชมพู” (Pink List) รวบรวมชื่อเสียงของบรรดาเกย์ เลสเบี้ยน ทั้งหมดเพื่อการ “กำจัด”

จอมโหดจากนรกชื่อ ฮิมเลอร์ เด้งรับนโยบายกำจัดคนข้ามเพศ โดยประกาศว่า “การกำจัดคนข้ามเพศ ก็เหมือนเรากำจัดวัชพืชออกจากสนามหญ้าในบ้านเรา”

ในระหว่าง พ.ศ.2476-2488 หน่วยเกสตาโป (ตำรวจลับ) กวาดจับพวกรักร่วมเพศไปราว 1 แสนคน ถูกส่งฟ้องดำเนินคดีราว 5 หมื่นคน ไม่มีใครรอดจากคำพิพากษา คนพวกนี้ถูกส่งไปเข้าค่ายทำงานหนัก ซึ่งตามข้อมูลที่เปิดเผยหลังสงคราม เกย์เหล่านี้เสียชีวิตเป็นส่วนใหญ่

ฮิตเลอร์ออกกฎหมายในทำนองว่า พวกโฮโมเซ็กชวลเป็นคนป่วย เป็นอันตราย เป็นกลุ่มคนที่แพร่กระจายโรค เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงต่อการสร้างสังคมคุณภาพ

และในที่สุด …การกล่าวหาว่าใครเป็นเกย์กลับกลายเป็น “เครื่องมือกำจัดฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง” เกิดการจับกุมคุมขัง คู่แข่งทางการเมืองของฮิตเลอร์อย่างมโหฬาร… ข้อหาเป็นเกย์

รัฐบาลฮิตเลอร์กระชับการกำจัดเกย์ โดยตั้งหน่วยงานใหม่ คือ ศูนย์ปราบปรามโฮโมเซ็กชวลแห่งอาณาจักรไรช์ (Reich Central Office for Combatting Homosexual)

กุมภาพันธ์ 2480 ฮิมเลอร์จับกุมเกย์ในหน่วยงานของตน เพื่อเป็น “ต้นแบบ” ของสังคม ข้อมูลระบุว่าในเวลานั้นดินแดนเยอรมันมีคนข้ามเพศราว 1.2 ล้านคน

หน่วยงานลับ กวาดล้าง ตรวจค้น สโมสร ชมรม ร้านกาแฟ แหล่งชุมนุมของชาวเกย์ ยึดเอกสารของชาวเกย์นำไปเผาทำลาย สั่งปิดสถานที่มั่วสุมทุกแห่งของชาวรักร่วมเพศ

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2472-2488) ทหารเยอรมันนับล้านคนทำศึกสงครามบุกตะลุยไปนอกประเทศ

ส่วนหน่วยงานลับเกสตาโปในประเทศเยอรมัน อาละวาด แผลงฤทธิ์จับกุมบุคคลที่ฮิตเลอร์รังเกียจ คือ พวกเกย์ ส่งเข้าคุก กลั่นแกล้งทรมานแสนสาหัสราว 1 แสนคน

ฮิตเลอร์ยืนยันในหลักกฎหมายหนักแน่นว่า คนประเภทนี้เป็นทำผิดกฎหมาย เพราะมีเพศสัมพันธ์ผิดธรรมชาติ คนพวกนี้ไม่ใช่ประชากรคุณภาพของสังคมเยอรมัน คนจำพวกนี้เป็น “ตัวถ่วง” มิให้เยอรมันก้าวไปข้างหน้า ต้องถูกกำจัดไปพร้อมๆ กับชาวยิว รวมทั้งพวกคอมมิวนิสต์ ที่เป็นอุปสรรค ทำให้สังคมชาวอารยันไม่บริสุทธิ์

เป็นเรื่องจริงนะครับ ฮิตเลอร์มีวิสัยทัศน์ ละเมอเพ้อพกถึงโลกในอุดมคติ สำหรับชาวอารยันอันบริสุทธิ์ (Pure Aryan Race)

เป็นโชคดีของพวกเลสเบี้ยนที่ถือว่ามิใช่ภัยร้ายแรงต่อสังคม และกฎหมายขณะนั้นระบุว่าเลสเบี้ยนเป็นเพียงผู้ต่อต้านสังคมกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง

ลองมาดูข้อมูลอีกด้านบ้างนะครับ…ฮิตเลอร์เห็นอะไร ?

ในช่วงปี พ.ศ.2460 ในเบอร์ลินมีบาร์ ร้านกาแฟ ไนท์คลับสำหรับชาวเกย์ เลสเบี้ยนมากถึง 100 แห่ง มีสถาบัน Institute for Sexual Science ในเบอร์ลินเพื่อรองรับศึกษาชีวิตชาวรักร่วมเพศ

กรุงเวียนนา กรุงปารีส เมืองฟลอเร็นซ์ เมืองต่างๆ ในยุโรป มีร้านรวง แหล่งบันเทิงสำหรับชาวเกย์ เลสเบี้ยน อย่างเปิดเผย โดยเฉพาะชาวเกย์หาความสำราญยามค่ำคืน

ต้องยอมรับว่า กลุ่มรักร่วมเพศในยุโรปมีจำนวนพอสมควร มีการรวมกลุ่มกันเข้มแข็ง เป็นปึกแผ่น และกำลังขยายตัวออกไป

มุสโสลินี ผู้นำอิตาลี คงมองเห็นภาพ คิดคำนึงแบบเดียวกับฮิตเลอร์ จึงสั่งให้จับกุม กวาดล้างชาวเกย์ในอิตาลีราว 300 คน แล้วส่งตัวไปเข้าแคมป์ทำงานหนักแบบที่เยอรมันกวาดล้าง ด้วยเหตุผลเดียวกับเพื่อนรักฮิตเลอร์ คือ เป็นภัยต่อเผ่าพันธุ์ชาวอิตาเลียน

เอกสารการสอบสวนภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ ระบุว่า หน่วยงาน SS ที่ทรงอิทธิพลสูงสุดภายใต้การนำของฮิมเลอร์ ได้มอบให้แพทย์ถือโอกาสทดลองและทำงานวิจัยทางการแพทย์ เพื่อการรักษา เยียวยาเกย์ทั้งหลายในคุก

แพทย์ประจำหน่วยโหดในคุก Buchenwald ถือโอกาสทำงานวิจัยสาเหตุของการเป็นเกย์ทุกรูปแบบ ค้นหายีนในร่างกาย ใช้ยา ผ่าตัด จะทำอะไรก็ได้ เพราะเกย์เหล่านี้คือเศษสวะ เป็นมนุษย์ชั้นต่ำที่ไม่มีคุณค่าอะไร ตายก็ตายไป

มีข้อมูลว่า แพทย์ในคุกชื่อ Carl Vaernet ทดลอง ผ่าตัด เพื่อฝังแคปซูลฮอร์โมนเพศชายลงในอัณฑะของนักโทษเกย์ ทำทุกอย่างเพื่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตเกย์ เพื่อให้กลับมาเป็นชายที่สมบูรณ์

ฮิตเลอร์รับรายงานการกำจัดเกย์เพื่อสร้างสังคมอันเลอเลิศของชนชาติเยอรมันตลอดเวลาด้วยความพอใจยิ่งนัก

เกย์จริง และคนที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นเกย์ ถูกกวาดจับไปเข้าคุก

ผู้ใช้อำนาจ กล่าวหา จับกุม และตัดสินว่า“คุณเป็นเกย์” คือ ศาลที่หน่วยสืบราชการลับ SS ดำเนินการเองแบบ One Stop Service

การกวาดล้างเกย์ควบคู่กันไปกับการจับกุมและสังหารชาวยิวที่ถูกส่งเข้าห้องอบแก๊สพิษไปราว 6 ล้านคน เป็นประวัติศาสตร์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อันชั่วร้ายที่สุดของโลก

ขอเรียนนะครับว่า เยอรมันมีกฎหมายเรื่องการต่อต้านเกย์อยู่ก่อนแล้ว คือ มาตรา 175 ตั้งแต่ตอนตั้งประเทศในปี พ.ศ.2414 หากแต่ฮิตเลอร์ปรับเปลี่ยนถ้อยคำในกฎหมายให้กว้างขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในการตีความ อันเป็น “กำปั้นเหล็ก” ที่จะใช้กำจัดฝ่ายตรงข้ามอย่างมีประสิทธิภาพ

พฤษภาคม พ.ศ.2488 เยอรมันแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 การจับกุม ทรมานสังหารชาวเกย์ในยุโรปยุติลง

ผมขอนำเรื่องสยองเยี่ยงนี้มาบอกกล่าว “เพื่อการศึกษา” นะครับ…เรื่องราวเหล่านี้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาของเยาวชนในเยอรมันที่ “ต้องเรียน-มิใช่ต้องลืม”

พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

บทความก่อนหน้านี้ตาชั่งพันดาว 4 มี.ค.62 : โดย ไตร27
บทความถัดไปจนมุมในมุมที่ไม่จน : โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์