บีคอนฯ ลงทุนฮอร์แกไนซ์แอพบริหารจัดการหอพัก ช่วยเอสเอ็มอีเจ้าของเพิ่มสะดวก พร้อมขยายปล่อยกู้สินเชื่อ

นายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด กองทุนร่วมลงทุน(วีซี) ในเครือธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ขณะบริษัทมีเงินลงทุนรวม 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,320 ล้านบาท โดยได้ใช้เงินลงทุนไปแล้วครึ่งหนึ่งของเงินลงทุนทั้งหมดรวม 67.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,160 ล้านบาท ลงทุนในสตาร์ตอัพ อาทิ แกร็บ อุ๊คบี โฟลว์แอคเคาท์ อีเว้นท์ป็อป อินสตาเรม จิตตะ และลงทุนวีซีอื่น อาทิ ไดมอนเอเชีย เวอร์เท็กซ์ สตอร์มเบรกเกอร์ สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทยังมองโอกาสการลงทุนทั้งสตาร์ตอัพและวีซี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มเทคโนโลยีระดับสูง การวิเคราะห์ประมลข้อมูล(ดาต้าอนาไลติกส์) ปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) ฟินเทค เป็นต้น ในปี 2562 นี้จะมีการลงทุน 4-5 ราย ซึ่งล่าสุดได้ลงทุนเข้าไปถือหุ้น 18% ในบริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการพื้นที่เช่า เช่น อพาร์ทเม้นท์ หอพัก เป็นต้น เพื่อสนับสนุนด้านเงินทุนใช้พัฒนาเทคโนโลยีให้มีความสามารถและก้าวหน้าซึ่งธุรกิจของฮอร์แกไนซ์มีโอกาสในการขยายตัวได้อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในตลาด พื้นที่เช่าอาคารสำนักงาน พื้นที่เช่าในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น และมีโอกาสที่จะขยายไปต่างประเทศได้ ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าฮอร์แกไนซ์ อาทิ ระบบการชำระเงิน โดยเฉพาะลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ในต่างจังหวัด และหากลูกค้าฮอร์แกไนซ์ทั้งเจ้าของหอพัก อพาร์ทเม้นท์ หรือลูกค้าที่เป็นผู้เช่า มีความต้องการสินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจหรือสินเชื่อส่วนบุคคล สามารถใช้ข้อมูลจากการทำธุรกรรมผ่านฮอร์แกไนซ์มาประกอบเพื่อขอสินเชื่อจากธนาคารกสิกรไทยได้ ทำให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น โดยไม่ได้ใช้เฉพาะข้อมูลจากรายการเดินบัญชีเท่านั้น


นายธนวิชญ์  ต้นกันยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด กล่าวว่า ฮอร์แกไนซ์ให้บริการทั้งซอฟแวร์การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และฮาร์ดแวร์ระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าของหอพักและลดต้นทุนการจัดการ ซึ่งจากเดิมที่ใช้ระยะเวลา 15 วันเหลือเพียง 5 นาที และได้ทำงานร่วมกับทางธนาคารกสิกรไทยในส่วนของการชำระเงินผู้เช่าสามารถชำระเงินผ่านทางออนไลน์ได้ทันที ปัจจุบันสัดส่วนการชำระเงินออนไลน์สูงถึง 40% รวมทั้งเริ่มมีการให้สินเชื่อแล้ว ปัจจุบันให้บริการกับอสังหาริมทรัพย์กว่า 3,000 อาคาร ครอบคลุมมากกว่า 130,000 ห้องใน 77 จังหวัดของไทย ในกลุ่มหอพักนักเรียน นักศึกษา และปีนี้จะขยายให้หอพักหน่วงงานราชการและหอพักสวัสดิการต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัย  โรงพยาบาล เป็นต้น รวมทั้งจะขยายทีมทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาการให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บทความก่อนหน้านี้พช.จัดยิ่งใหญ่ OTOP TO THE TOWN ขนสินค้าโอทอป
บุกห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางเมืองทั่วประเทศไทย
บทความถัดไป“บอสโก้” ชี้ ปราสาทสายฟ้า ต้องคิดเร็วทำเร็ว สู้ด้วยใจ จะมีแต้มกลับเมืองไทย