กรมสรรพากรจับมือกรมบังคับคดีเชื่อมระบบพิทักษ์ทรัพย์-ล้มละลาย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมลงนามในบันทึกข้อตกลงรวมสองฉบับระหว่างสองกรม คือ บันทึกข้อตกลงที่แต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่ของกรมบังคับคดี เป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายของกรมสรรพากร เพื่อทำหน้าที่นำส่งอากรแสตมป์ให้กรมสรรพากรโดยตรง ซึ่งในแต่ละปีมีอากรนำส่งจากกรมบังคับคดีประมาณปีละ 7 พันล้านบาท

นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงเชื่อมโยงข้อมูล ในส่วนของบุคคลที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือพิพากษาให้ล้มละลาย โดยให้ระบบเทคโนโลยี ทำให้ข้อมูลเป็นเรียลไทม์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกรมสรรพากรในการเร่งรัดติดตามหนี้บุคคลที่ล้มละลายที่มีภาระต้องชำระภาษี หรือกรณีที่มีเหตุต้องคืนภาษีให้บุคคล ซึ่งหากไม่ได้รับข้อมูลที่ทันท่วงที่ กรมอาจคืนภาษีให้กับบุคคลล้มละลายนั้น ซึ่งตามกฎหมายเมื่อเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จะต้องนำเงินภาษีที่คืนนั้นให้กับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อยังไม่ได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน กรมสรรพากร ก็ไม่ทราบว่ามีการคืนภาษีให้กับบุคคลล้มละลายไปแล้วเท่าไหร่ ซึ่งตามกฎหมายละละลายเมื่อศาลมีคำสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว กรมสรรพากรจะต้องดำเนินการเร่งรัดติดตามหนี้ภาษีภายในสองเดือน

น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า ในแต่ละปีศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์บุคคล เฉลี่ยประมาณ 4 -5 พันราย ซึ่งขั้นตอนหลังจากการพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด คือ กระบวนการประนอมหนี้ หากไม่สำเร็จก็เข้าสู่กระบวนการล้มละลาย และแม้เข้าสู่ขั้นตอนการล้มละลายแล้ว ศาลก็ยังเปิดช่องให้มีการประนอมหนี้หลังการล้มละลายได้อีก ในแต่ละปีมีทรัพย์ที่ถูกนำออกขายทอดตลาดประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้สามารถขายออกได้ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท

บทความก่อนหน้านี้“กุลวลี นพอมรบดี” ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี พปชร. ขึ้นเวทีปราศรัยเคล้าน้ำตา ร้องไห้หนักมาก
บทความถัดไปเรื่องจริงไม่น่าเชื่อ ของใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ‘อีโง่’ ผู้น่ารัก