กอ.รมน.ภาค 4 ยันทหารไม่ได้ซ้อมผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง ผลแพทย์ชี้ชัดไม่พบร่องรอยจากการกระแทก

กอ.รมน.ภาค 4 ยัน ทหารไม่ได้ซ้อมทรมานทำร้ายร่างกาย ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง ผลแพทย์ชี้ชัด ลื่นล้มในห้องน้ำเกิดจากหลอดเลือดในสมองด้านซ้ายตีบเฉียบพลัน

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 62 ที่เรือนรับรองค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีนายมะสุกรี สาและ ผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุรุนแรงได้ลื่นล้มในห้องน้ำภายในศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 เจ้าหน้าที่จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหารและโรงพยาบาลปัตตานี ปัจจุบันอาการปลอดภัย

พันเอกปราโมทย์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุมีหลายองค์กรออกมาเคลื่อนไหวชี้นำว่า เกิดจากการซ้อมทรมานและ มีสื่อบางสำนักได้อ้างคำสัมภาษณ์นายมะสุกรี กล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่า ได้ซ้อมทรมานอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้ล้มในห้องน้ำ และมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้เรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริง

พันเอกปราโมทย์กล่าวว่า พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงให้สังคมทราบ

“ผลการตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลปัตตานี ระบุสาเหตุของการลื่นล้มจากผลการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบว่า เกิดจากหลอดเลือดในสมองด้านซ้ายตีบเฉียบพลันทำให้มีอาการอ่อนแรงซีกขวาและเสียการทรงตัว หากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้องตามมาตรฐานและทันเวลาจากเจ้าหน้าที่ อาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือพิการได้”

พันเอกปราโมทย์กล่าวว่า ข้ออ้างว่าถูกซ้อมอย่างรุนแรงในขณะที่ควบคุมตัว ณ หน่วยซักถาม ตรวจสอบแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติทุกขั้นตอนตามระเบียบตั้งแต่การรับตัว ตรวจร่างกาย การซักถามและความเป็นอยู่ทั่วไป โดยผู้ถูกควบคุมตัวทุกคนสามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ และให้ญาติมาเยี่ยมทุกวันๆละ 30 นาที โดยไม่พบว่ามีการซ้อมทรมานในรูปแบบต่างๆ หรือให้ยืนตลอด 3 วัน 2 คืน ตามที่สื่อและเจ้าตัวได้กล่าวอ้าง

“สอดคล้องกับผลการตรวจร่างกายของแพทย์ที่ระบุว่า ‘ไม่พบร่องรอยบาดเจ็บ ฟกช้ำจากการกระทบกระแทกแต่อย่างใด’ จึงไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะสามารถยืนยันได้จากหลักฐานทางการแพทย์ซึ่งเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว ทั้งนี้พร้อมเปิดโอกาสให้ญาติหรือผู้ได้รับมอบหมายและภาคส่วนที่เชื่อถือได้และเป็นกลาง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา”พันเอกปราโมทย์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘ส่งเสริมคนดีปกครองบ้านเมือง’ ร.10 โปรดเกล้าฯ อัญเชิญพระบรมราโชวาท ร.9 ให้ประชาชนตระหนัก-น้อมนำปฏิบัติ
บทความถัดไปพายุฤดูร้อนถล่ม 2 อำเภอศรีสะเกษ บ้านพัง 54 หลัง ไฟดับทั้งหมู่บ้าน ผู้ว่าฯสั่งช่วยเหลือชาวบ้านด่วน