สถาบันเอ็นอีเอเตรียมกระตุ้นคนวัยหลังเกษียณ ให้เป็นผู้ส่งออกบนออนไลน์

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (เอ็นอีเอ) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถาบันมีแผนจะส่งเสริมให้พนักงานบริษัท ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป อายุ 50-60 ปีขึ้นไป ร่วมพัฒนาศักยภาพเพื่อเป็นผู้ประกอบการและผู้ส่งออก รองรับประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ที่คาดว่าปี 64 ไทยจะมีประชากรอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป 20% ของประชากรประเทศ เนื่องจากคนกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มมีศักยภาพ และหลายคนต้องการทำงานมากกว่าเกษียณอายุอยู่ที่บ้าน ดังนั้น หากได้รับการฝึกอบรมทิศทางการทำธุรกิจ การเรียนรู้เทคโนโลยี และช่องทางการตลาดผ่านอี-คอมเมิร์ซ จะช่วยให้ไทยมีผู้ประกอบการที่เข้มแข็งเพิ่มขึ้น จากเดิมส่วนใหญ่จะส่งเสริมคนรุ่นใหม่ วัยแรงงานในการเป็นผู้ประกอบการ ส่วนผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญด้านส่งเสริมการออม โดยเอ็นอีเอจะผลักดันผู้สูงอายุที่มีความพร้อมเป็นผู้ส่งออกและพร้อมจะปรับตัว เช่น หลายคนเริ่มหันมาเล่นไลน์ หรือเฟซบุ๊ก หากแนะนำให้รู้ระบบเรื่องของธุรกิจ การส่งเสริมช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ เชื่อว่าจะเกิดผลดี

นายนันทพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้ สถาบันมีกลยุทธ์ในการส่งเสริมเอสเอ็มอี และสตาร์ตอัพไทย ให้มีศักยภาพด้วยการจัดโครงการพัฒนาธุรกิจสู่การค้าระหว่างประเทศ (พีจีซี) ตามนโยบายเศรษฐกิจแบ่งปัน ซึ่งเป็นการช่วยให้ประชาชนทุกคนในประเทศสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างทั่วถึงทั้งในส่วนของกรุงเทพฯและภูมิภาค โดยโครงการพีจีซีปีนี้เป็นรุ่นที่ 3 ที่สถาบันจะผลักดัน ซึ่งมีผู้ประกอบการสนใจกว่า 1,250 รายทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการเพื่อที่จะได้เรียนรู้การเขียนแผนธุรกิจ จากนั้นคัดเลือกเหลือ 200 แผนธุรกิจ และคัดผู้ชนะที่เขียนแผนธุรกิจยอดเยี่ยมเหลือ 5 แผนธุรกิจ

นายนันทพงษ์กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าผู้ส่งออกไทยทั้งหมดมีกว่า 30,000 ราย มีรายได้รวม 8 ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่ 80% เป็นธุรกิจเอสเอ็มอี แต่รายได้กลับมีเพียง 30% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ส่วนใหญ่ตั้งบริษัทในกรุงเทพฯและปริมณฑล ขณะที่รายกลาง รายใหญ่ และบริษัทข้ามชาติที่ลงทุนในไทยมีปริมาณ 20% แต่กลับมีรายได้จากการส่งออก 70% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ดังนั้น จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณธุรกิจเอสเอ็มอีให้สามารถเป็นผู้ส่งออกเพิ่มขึ้น เพราะหากมีธุรกิจเอสเอ็มอี หรือธุรกิจรายเล็กๆ ตามชุมชนต่างๆ ส่งออกได้มากก็จะช่วยสร้างเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้เข้มแข็งตามไปด้วย ซึ่งสถาบันยังให้ความสำคัญในการพัฒนาธุรกิจที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มีกว่า 500,000 ราย เพื่อมาพัฒนาศักยภาพ ขณะเดียวกันก็จะมีการติดตามผลผู้ที่เข้าโครงการฝึกอบรมกับเอ็นอีเออย่างเป็นรูปธรรมด้วย โดยในปีที่แล้วมีผู้เข้ามาอบรมความรู้และเข้ามาศึกษาข้อมูลกว่า 100,000 ราย และปีนี้ตั้งเป้าอบรม 30,000 ราย จาก 100 หลักสูตร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กองทัพเรือ จัดพิธีบวงสรวงเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
บทความถัดไปผลเลือกตั้ง ‘มหาสารคาม’ 5 เขต ‘เพื่อไทย’ ยังครองแชมป์