‘แบงก์คิ้น’ลุยปรับไฟหรี่เป็น‘เดย์ไลท์’ เริ่มฟอร์ดรายแรก-เล็งต่อยอดยี่ห้ออื่น

นายกฤตภาส กิตติวรนาถ ผู้บริหาร บริษัท แบงก์คิ้น ซีนอน คอนเซ็ปท์ คาร์ จำกัด ศูนย์บริการแก้ไขระบบไฟหน้ารถยนต์เฉพาะทางแห่งแรกของประเทศไทย แบรนด์ แบงก์คิ้น ออโตโมทีฟ (Bankkin Automotive) เปิดเผยว่า ปัจจุบันรถยนต์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและรถยนต์สมัยใหม่ จะมีไฟเดย์ไลท์ทุกคัน แต่รถยนต์รุ่นเก่าจะไม่มีไฟเดย์ไลท์ มีเพียงไฟหรี่ ไฟหน้า ไฟสูง และไฟเลี้ยว ทั้งนี้ เพื่อปรับแต่งไฟรถยนต์ให้ทันสมัย และถูกต้องตามกฎหมาย แบงก์คิ้นจึงทุ่มงบประมาณ 1 ล้านบาท นำนวัตกรรมระบบไฟหน้ารถยนต์มาออกแบบพัฒนา และตกแต่งไฟหรี่เป็นไฟเดย์ไลท์ ในรถยนต์ฟอร์ดสำเร็จรายแรกของไทย

นายกฤตภาสกล่าวว่า การออกแบบแต่งไฟรถยนต์ฟอร์ดในครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ลองถูกลองผิด จึงประสบผลสำเร็จ เนื่องจากต้องทันกระแส ไม่ตกเทรนด์ ทำให้ถูกใจลูกค้า

“เราออกแบบไฟรถยนต์โดนใจลูกค้าอยู่แล้ว เพราะทุกคนยอมรับในฝีมือเรา โดยเฉพาะความสามารถออกแบบไฟรถยนต์ฟอร์ดมัสแตง สามารถทำให้เหมือนกับไฟรถยนต์ซุปเปอร์คาร์ดังหลายรุ่น ยิ่งทำให้ลูกค้าชอบใจมากขึ้น ด้านประสิทธิภาพของแอลอีดีและเอสเอ็นดี เป็นไฟเดย์ไลท์ นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ไฟสว่างมากขึ้น” นายกฤตภาสกล่าว

นายกฤตภาสกล่าวว่า สำหรับการปรับแต่งไฟหรี่ให้เป็นไฟเดย์ไลท์ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ตามระเบียบกรมการขนส่ง และ พ.ร.บ.รถยนต์ 2522 มาตรา 5, 6, 11 ค่าแสงและสีถูกต้องตามมาตรฐานกำหนด และมีการจดลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ดรุ่นเก่านำรถยนต์มาปรับแต่งไฟไม่ต่ำกว่า 20 รายต่อวัน ราคาเฉลี่ยต่อคัน ประมาณ 7,000-10,000 บาท หากมีการออกแบบเพิ่มเติม ราคาเฉลี่ยต่อคัน ประมาณ 12,000 บาท พร้อมกันนี้ ยังมีนักธุรกิจ ประเทศต่างๆ ประกอบด้วย ไต้หวัน จีน และสหรัฐอเมริกา ติดต่อประสานงานเข้ามาเพื่อให้เป็นผู้ออกแบบ และแต่งโคมไฟรถยนต์ให้กลุ่มประเทศดังกล่าว

“แผนการอนาคต แบงก์คิ้นมีโครงการจะขยายแต่งไฟรถยนต์ไปสู่รถยนต์ต่างๆ ให้ครบทุกรุ่น และจัดโครงการต่างๆ ร่วมกับภาครัฐด้านความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถยนต์บนท้องถนน พร้อมทั้งขอความร่วมมือภาครัฐให้ส่งเสริมธุรกิจคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักการออกแบบ และเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ เนื่องจากธุรกิจเหล่านี้ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง และครอบครัว รวมทั้งส่งเสริมให้ธุรกิจยานยนต์ไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น หากสนใจเรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อนำไปประกอบอาชีพ เป็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอียินดีเปิดโอกาสให้ทุกท่าน” นายกฤตภาสกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ทูลกระหม่อมฯ ทรงเล่าถึงตำนาน ‘ข้าวแช่’ อาหารที่เข้ากับเทศกาลสงกรานต์
บทความถัดไป20 อาชีวฯ ผ่านเข้ารอบชิงแชมป์สตาร์ทอัพ ประเทศไทย