แบงก์กรุงเทพเล็งปรับเป้ารูดปรื๊ดโตลดลง ปชช.รอตั้งรัฐบาลใหม่ยังชะลอใช้จ่าย

นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการ ใหญ่ ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ปี 2562 และจำนวนบัตรเครดิตใหม่ในปีนี้ เติบโตในอัตราเท่ากันที่ 12% โดยปัจจุบันฐานบัตรเครดิตของธนาคารอยู่ที่ 2.2-2.3 ล้านใบ สำหรับในช่วงไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ที่ผ่านมา ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารยังเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยทำได้ประมาณ 80% ของเป้าหมาย เป็นไปตามปัจจัยฤดูกาลและเป็นปกติจองแต่ละปี เนื่องจากประชาชนมีการใช้จ่ายค่อนข้างมากในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2561 ทำให้การใช้จ่ายช่วงต้นปีชะลอลงไป ทั้งนี้ พบว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตขณะนี้ยังไม่คึกคักมากนัก เพราะประชาชนมีความกังวลกับสถานการณ์การเมืองแม้จะผ่านการเลือกตั้งแล้ว แต่ยังต้องติดตามการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ ขาดความเชื่อมั่น จึงไม่อารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยและชะลอการจับจ่ายใหม่ในช่วงนี้ไว้ก่อน เช่น อยากจะซื้อแต่ยังไม่ซื้อ แต่หากเป็นเรื่องที่มีการวางแผนไว้ก่อนยังดำเนินนามปกติ เช่น การเดินทางท่องเที่ยวซึ่งปกติมีการจองล่วงหน้าไปแล้ว แต่การจับจ่ายระหว่างทริปอาจจะชะลอลง

“สถานการณ์การเมืองมีผลต่อการบริโภคของประชาชนให้ชะลอลงไป ประชาชนรู้สึกกังวลว่าสถานการณ์การเมืองจะเป็นอย่างไร จะมีความวุ่นวายหรือไม่ จะมีการจัดการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ โดยประเมินว่าหากสถานการณ์การเมืองเรียบร้อย มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ในช่วงเดือนมิถุนายน ธนาคารคาดว่าจะไม่มีผลต่อเป้าหมายธุรกิจบัตรเครดิตในปีนี้ แต่หากยังมีความยืดเยื้อไม่ชัดเจน ธนาคารอาจจะต้องปรับเป้าหมายยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ปีนี้เติบโต 12% ลง โดยอาจจะเติบโตแต่ตัวเลขหลักเดียว หรือต่ำกว่า 10% ซึ่งจะเป็นเป็นแรกที่การเติบโตของธนาคารต่ำลง เพราะหลายปีที่ผ่านมาเติบโตมากกว่า 10%” นายโชค กล่าว

นายโชค กล่าวว่า ธนาคารไม่มีแผนออกแคมเปญการตลาดมากระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงนี้ เพราะเป็นการฝืนธรรมชาติและอาจกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อได้ ซึ่งคาดการว่าสถานการณ์การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตน่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ไตรมาสที่ 3-4 ที่เป็นฤดูกาลจับจ่าย ทั้งนี้ ปีนี้ธนาคารจะมีการเปิดตัวบัตรเครดิตใหม่ เพื่อขยายฐานบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเจนวาย และเจนดิจิทัล นอกจากนี้ ด้านคุณภาพสินเชื่อบัตรเครดิตของธนาคารยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อและดูแลคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) อยู่ในระดับต่ำ

บทความก่อนหน้านี้สภากทม.เสนอใช้อาคารใน ‘สวนหลวงพระราม8’ เป็นศูนย์การเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์
บทความถัดไปชาวนาชัยนาท รวมพลเข้ากรุุง จี้รัฐสั่งจ่ายเงินเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ ก่อนถูกเจ้าหนี้ยึดที่ทำกินขายทอดตลาด