“เนวิน” เชื่ออนาคต “กัญชา” ใช้ช่วยชีวิตคนไทย ยิ่งกว่านโยบาย 30 บาท

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่สองของการจัดงาน “พันธุ์บุรีรัมย์” มหกรรมความรู้เกี่ยวกับกัญชาระดับโลก ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ บรรยากาศยังคงคึกคัก ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ, ผู้ป่วย, บุคลากรทางการแพทย์ รวมหลายหมื่นคน ยังคงเดินทางมาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น โดยโซนที่ได้รับความนิยมจากผู้มาร่วมชมงานยังคงเป็นโซนการสาธิตและจัดแสดงการปลูกกัญชาสายพันธุ์ต่างๆ จากทั่วโลก ที่ผู้มาร่วมงานต่างเข้าคิวถ่ายภาพเซลฟี่กับต้นกัญชา

สำหรับประชาชนที่เป็นผู้ป่วยที่มาร่วมงานในครั้งนี้ สามารถแจ้งการครอบครองกัญชาได้ภายงานนี้ด้วย โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ มาให้บริการตลอดทั้งวัน ซึ่งผู้แจ้งครอบครองกัญชาจะต้องมีใบรับรองแพทย์ และเอกสารแสดงการครอบครองต้นกัญชา น้ำมันกัญชา หากไม่มีใบรับรองแพทย์ก็สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่และแจ้งความประสงค์ได้ภายในงาน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำจนได้ใบรับรองแพทย์ และถือครองได้ในฐานะที่เป็นผู้ป่วยที่ต้องการใช้กัญชาในการรักษาโรค และสามารถนำเอกสารหลักฐานไปขอรับน้ำมันกัญชาได้ในจุดที่แจกฟรี หรือนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการถือครองได้ภายในงาน โดยถ้าเป็นน้ำมันกัญชาจะสามารถถือครองได้ 5 ขวดต่อคน

สำหรับบัตรเข้าชมงานจำหน่ายบัตร 1 วัน ราคา 420 บาท บัตร 3 วัน ราคา 1,000 บาท สายปาร์ตี้ต้องบัตร VIP พันธุ์บุรีรัมย์ พร้อมสิทธิพิเศษ เครื่องดื่มฟรีไม่อั้น โซนส่วนตัวทั้ง 3 เวทีพร้อมห้องน้ำ ในราคา 4,200 บาท เข้างานได้ 3 วัน

นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดงาน “พันธุ์บุรีรัมย์” เป็นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนว่า พืชกัญชามีประโยชน์ สามารถรักษาโรคได้ และได้พบปะนักวิชาการผู้ที่มีความรู้ ผู้ที่ใช้ประโยชน์จากกัญชาบำบัดรักษาโรค ในช่วงจัดงานขณะนี้ โรงแรมที่พักในเมืองบุรีรัมย์ ได้ถูกจองเต็มทั้งหมด คาดว่าจะมีการใช้จ่ายหมุนเวียนในจังหวัดบุรีรัมย์หลายสิบล้านบาท ซึ่งเงื่อนไขร่วมงานมีดังนี้ 1.ผู้ป่วยที่ประสงค์ที่จะใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ และดำเนินการตามกฎหมายนิรโทษกรรม จังหวัดบุรีรัมย์ โดยสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ จะแนะนำวิธีปฏิบัติ และอำนวยความสะดวกภายในงาน 2. ขอความร่วมมือให้ผู้ร่วมงานปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และหากกระทำผิดจะไม่มีข้อยกเว้นทุกๆกรณี รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ร่วมกิจกรรม จะนำไปเป็นทุนประเดิม “กองทุนพันธุ์บุรีรัมย์” เพื่อใช้ศึกษาวิจัยและพัฒนาการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ และช่วยเหลือผู้ป่วย ท่านใดที่ต้องการบริจาคของกองทุนฯเพิ่มเติม สามารถโอนเงินไปที่ กองทุนพันธุ์บุรีรัมย์ ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 308-0-74593-0

ด้านนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด กล่าวว่า กัญชา เป็นยาแก้จน เป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถปลูกสร้างรายได้ให้กับประชาชนได้ จะช่วยให้ประชาชนรู้ว่าจะใช้กัญชาทางการแพทย์ได้อย่างไร ปลูกอย่างไรถึงจะเป็นประโยชน์ ใช้อย่างไรถึงจะไม่เป็นโทษ ขณะที่ต่างประเทศต่างใช้กัญชาทางการแพทย์กันหลายประเทศแล้ว ในอดีตชีวิตคนไทยผ่านมากับบัตรทอง 30 บาทรักษาโรค แต่ผมเชื่อว่ากัญชาในอนาคตจะเป็นยิ่งกว่าบัตรทอง หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่จะใช้ช่วยชีวิตคนไทยรักษาอาการเจ็บป่วย และในอนาคตจะเป็นการรักษาโรคแก้จนให้คนไทยทั้งประเทศด้วย

ทั้งนี้ นายเนวินได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการกัญชารักษาโรคก่อนวันที่ 19 พ.ค.2562 ที่จะหมดเวลานิรโทษกรรมครอบครองกัญชา โดยระบุว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะออก ม.44 เพื่อปลดล็อกกัญชาให้คนไทยสามารถใช้กัญชารักษาโรคได้ โดยไม่ผิดกฏหมายและเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนทั้งประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การจัดงานระหว่างวันที่ 19-21 เม.ย.นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมาติดตามกิจกรรมดังกล่าว และรับฟังเสียงสะท้อนต่างๆ จากประชาชน ตลอดทั้ง 3 วัน เพื่อนำข้อมูลกลับไปผลักดันนโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทยต่อไป

บทความก่อนหน้านี้“เฟรช อริศรา” เปลือยใจจากเด็กไร้บ้าน เย็บผ้าโหล เผยคำดูถูก สู่นักแสดงแถวหน้า!!
บทความถัดไป“ธนกร” ให้ยอมรับความจริง “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ ต่อแน่ เย้ยพท.-พรรคพันธมิตรรวมกันไม่ถึง 375 เสียง