ผุดศูนย์เครื่องจักรประเทศอัพเกรดประเทศสู่4.0

กรอ.ตั้งศูนน์เครื่องจักรของประเทศหวังปรับปรุงภาคผลิต8.8หมื่นโรงงาน สตาร์ตอัพเฮแบงก์หนุนเงิน-ตลาด

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงแผนการขับเคลื่อนนโยบายโรงงาน 4.0 (แฟคทอรี่ 4.0) ว่า ขณะนี้กรอ.อยู่ระหว่างหารือร่วมกับผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเครื่องจักรขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศ เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการผลักดันนโยบายโรงงาน 4.0 ของกระทรวงอุตสาหกรรม เครื่องมือสำคัญในการก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 เบื้องต้นจะใช้งบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ที่เพิ่งอนุมัติให้ 20 ล้านบาท ในการจัดตั้ง โดยปัจจุบันเครื่องจักรโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศเฉพาะขนาดกลาง (จำพวก 2) และขนาดใหญ่ (จำพวก 3) รวม 88,563 โรงงาน มีการจดแจ้งน้อยมากเพียง 14 ล้านเครื่อง หรือเพียง 10-20% จากจำนวนเครื่องจักรทั่วประเทศ เนื่องจาก กรอ.ไม่ได้บังคับ ส่วนที่จดแจ้งก็เพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการกู้กับสถาบันการเงิน

“ศูนย์ข้อมูลเครื่องจักรเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับประเทศไทย เป็นฐานข้อมูลของภาคการผลิตที่มุ่ง 4.0 มีการบำรุงรักษาเพื่อประหยัดพลังงานแต่ผลิตได้มากขึ้น และยังเป็นศูนย์กลางระหว่างผู้ผลิตทั้งรายเก่า ใหม่ สตาร์ตอัพที่ต้องการลงทุน ขณะเดียวกันยังเอื้อต่อการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งล่าสุด กรอ.ได้หารือธนาคารกสิกร และอื่นๆ ไว้แล้วอย่างสตาร์ตอัพทางธนาคารก็พร้อมเปิดพื้นที่ในการอบรมเรื่องการก่อตั้งธุรกิจ เชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ” นายทองชัยกล่าว

นายทองชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ กรอ.ยังอยู่ระหว่างพัฒนาจัดทำระบบออกใบอนุญาตอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ไลเซนส์) ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ซึ่งเป็นระบบการออกใบอนุญาตแบบออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ และสร้างความโปร่งใสในการบริหารงาน คาดว่าระบบอี-ไลเซนส์จะสามารถนำมาใช้เป็นรูปธรรมได้ภายในปี 2563 ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยูบีเอ็มร่วมกับ กรอ.เตรียมจัดงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2019 (ASE 2019) วันที่ 5-8 มิถุนายน 2562 และ กรอ.ให้การสนับสนุนการจัดงาน BOILEX ASIA 2019 and Pumps & Valves Asia 2019 เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน ภายในงานยังมีการบรรยายหัวข้อทางกฎหมายและด้านอื่นๆ อาทิ ความปลอดภัยในการใช้หม้อน้ำ การป้องกันอัคคีภัย ระบบมาตรฐานความปลอดภัย การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมกากอุตสาหกรรม วัตถุอันตราย อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และปีนี้จะมีการแสดงเทคโนโลยีด้านพลังงาน จำนวน 8 พาวิลเลียน จากจีน เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน สวิตเซอร์แลนด์ และอเมริกา รวมทั้งแบรนด์ชั้นนำในด้านอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกจากทั่วโลกเข้าร่วม คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 ราย จาก 45 ประเทศ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon