นักเสี่ยงโชคฝันหวาน หวยออนไลน์-ล็อตโต้ แจ๊กพ็อต 600 ล้าน

หลังจากที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้ ทำให้ความหวังที่จะได้เห็นสลากรูปแบบใหม่ จะเกิดในไทยชัดเจนยิ่งขึ้น ไทยได้ออกสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือลอตเตอรี่ ครั้งแรกสมัยรัชกาลที่ 5 พ.ศ.2417 แต่สู้บ่อนหวย ก.ข.ไม่ได้ จึงออกเพียงครั้งเดียวแล้วเลิกไป ต่อมาในรัชกาลที่ 6 มีการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง พัฒนารูปแบบการออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างเป็นทางการเมื่อ 77 ปีที่แล้ว

ในการออกสลากในอดีตที่ผ่านมาอยู่ในรูปแบบสลากใบ และมีการจำกัดปริมาณการพิมพ์ เช่น 30 ล้านใบ 40 ล้านใบ 60 ล้านใบ ล่าสุดจำนวนการพิมพ์ขึ้นไปสูงสุดที่ 90 ล้านใบ ครั้งนี้จะถือเป็นครั้งแรกที่อาจเกิดสลากที่ไม่ใช่แบบใบ

การพิมพ์สลากใบแบบกำหนดปริมาณทำให้เกิดช่องว่างด้านราคา บางงวด เลขสวย เลขเด็ด เลขดังราคาพุ่งไปถึง 200 บาทต่อใบ ส่วนสลากเลขอื่นๆ ขายกันประมาณ 90-100 บาทต่อใบ แพงกว่าราคาหน้าตั๋วกำหนดไว้ 80 บาทต่อใบ หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายึดอำนาจบริหารประเทศเมื่อปี 2557 ภารกิจแรกที่ คสช.ให้ความสำคัญ คือ แก้ปัญหาหวยแพง โดยคณะกรรมการสลากตั้งจากคำสั่ง คสช.เพียรพยายามออกมาตรการแก้ปัญหาหวยแพงมาหลายต่อหลายมาตรการ แต่ยังไม่สำเร็จอย่างที่สังคมต้องการ

หนึ่งในแนวทางแก้ปัญหาแพงมีการพูดถึง คือ ออกสลากรูปแบบใหม่ แต่กฎหมายเดิมใช้มาตั้งแต่ปี 2517 นั้นไม่เอื้อให้ออกสลากรูปแบบใหม่เท่าใดนัก ประกอบกับ คสช.มีคำสั่งในเรื่องเงินรางวัล การจัดสรรรายได้ให้ผู้ค้าสลากเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มโทษสำหรับผู้ขายเกินราคา ห้ามขายสลากเด็กต่ำกว่า 20 ปี จึงเป็นที่มาของการแก้กฎหมายสลากกินแบ่งรัฐบาล ถือว่าเป็นกฎหมายที่ลุ้นกันมากว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่สุดท้ายกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประกาศบังคับใช้ไปเมื่อ 22 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

ในเรื่องนี้ นายธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการและโฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุว่า สลากรูปแบบใหม่มีการศึกษาไว้ทั้งในเรื่องสลากออนไลน์ ล็อตโต้ สลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ถ้าจะนำตัวไหนมาใช้ต้องเสนอเข้าบอร์ดชุดใหม่พิจารณา คาดว่าจะมีบอร์ดชุดใหม่ในอีก 4 เดือนข้างหน้า และเมื่อเสนอบอร์ดแล้วและเห็นชอบให้ดำเนินการต้องปิดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ดังนั้น สลากรูปแบบใหม่จะเกิดในไทยได้หรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของสังคมไทย

นายธนวรรธน์ยังระบุอีกว่า แนวคิดออกสลากรูปแบบใหม่เพื่อนำมาแก้ปัญหาสลากแพง เพราะหากมีผลิตภัณฑ์มาแข่งขันกับสลากใบ และเป็นรูปแบบที่หาซื้อง่าย ทุกคนสามารถเลือกเลขที่ต้องการได้ น่าจะทำให้กลไกราคาของสลากใบปรับตัวลดลง เพราะการมีสลากใบเพียงรูปแบบเดียวทำให้เกิดช่องว่าง เช่น เลขดัง เลขสวย มีราคาแพง และคนซื้อพร้อมจ่าย เหมือนกับเลขทะเบียนรถยนต์ถ้าเลขสวยมีราคาแพง ซึ่งกรมการขนส่งทางบกนำไปประมูล

“ราคาสลากเป็นกลไกของธุรกิจ ถ้าเลขเด็ด เลขที่เป็นที่ต้องการ ขายแพงแค่ไหนคนซื้อพร้อมจ่าย ยิ่งนำไปรวมเป็นชุดสามารถขายในราคาแพงขึ้น เพราะยังมีคนซื้อ ทำให้กลไกสลากราคาแพงไม่สามารถแก้ให้หมดไป แม้จะมีการออกมาตรการแก้ปัญหามาหลายมาตรการ ล่าสุดใช้มาตรการในการพิมพ์สลากเป็นชุด 2 ใบ
และคละเลข สลากยังมีราคาแพงอยู่ แต่สามารถหาซื้อสลากใบได้ในราคา 80 บาทได้เพิ่มขึ้น จากเมื่อก่อนสลากส่วนใหญ่ถูกนำไปรวมชุดและขายในราคาสูงกว่า 80 บาท” นายธนวรรธน์ระบุ

นายธนวรรธน์ระบุว่า หากมีสลากรูปแบบใหม่เป็นทางเลือกในการเสี่ยงโชคน่าจะทำให้ราคาสลากใบลดลง เช่น ล็อตโต้คนสามารถเลือกเลขได้ และซื้อผ่านระบบออนไลน์ได้ คนที่ขายอาจจะเป็นผู้ค้ากลุ่มเดิม หรือขายผ่านระบบออนไลน์ ผ่านมือถือก็ได้ขึ้นอยู่ที่การออกแบบรูปแบบการขาย ส่วนเงินรางวัลที่กฎหมายใหม่กำหนดให้สะสมเพียง 1 งวดนั้น ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้กับการออกสลากรูปแบบใหม่ เพราะจะออกแบบเงินรางวัลอย่างไรก็ได้ ให้อยู่ใน 60% ของยอดขาย เช่น ขายได้ 1,000 ล้านบาท เงินรางวัล 600 ล้านบาท รางวัลที่ 1 อาจอยู่ที่ 100 ล้านบาท สะสม 2 งวดก็ 200 ล้านบาท แต่ถ้าขายได้หลายพันล้านบาท เงินรางวัลที่ 1 อาจจะสูงถึง 300 ล้านบาท สบทบได้ 2 งวดก็ 600 ล้านบาท คิดว่าจูงใจให้คนมาซื้อ ไม่จำเป็นต้องสูงเป็นหมื่นล้านแบบในต่างประเทศ เพราะถ้าเทียบสลากใบขณะนี้เงินรางวัลที่ 1 อยู่ที่ 6 ล้านบาทเท่านั้น สูงสุดที่รวบรวมเป็นชุดรางวัลกว่าร้อยบาทเท่านั้น

นายธนวรรธน์ระบุด้วยว่า แม้จะมีสลากรูปแบบใหม่ในไทย และสามารถหยุดการขายสลากใบได้ แต่จากธรรมเนียมปฏิบัติคิดว่าต้องขายสลากใบควบคู่ไปกับสลากรูปแบบใหม่ และตลาดกำหนดว่าจะในอนาคตเหลืออะไร ซึ่งในต่างประเทศที่ขาย ล็อตโต้คู่สลากใบกัน แต่สัดส่วนอาจต่างกัน เช่นในประเทศสเปนสลากใบขายดีมีสัดส่วนมากกว่าล็อตโต้ แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นล็อตโต้ขายได้ดีกว่ามีสัดส่วนมากกว่าสลากใบ

ด้าน พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี ผู้อำนวยการ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า การออกสลากรูปแบบใหม่ต้องพิจารณาว่าเหมาะสมกับบริบทคนไทยหรือไม่ และจะมีผลกระทบอย่างไรกับผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งสลากในรูปแบบใหม่สามารถทำได้ เช่น สลากออนไลน์ สลากดั้งเดิม สลากกีฬา รวมถึงล็อตโต้เป็นหนึ่งในรูปแบบสลากที่ศึกษาไว้ คาดว่าจะสามารถเสนอสลากรูปแบบใหม่ในรัฐบาลหน้า

พ.ต.อ.บุญส่งกล่าวต่อว่า ในส่วนของการจ่ายเงินรางวัลต้องเป็นไปตามกฎหมายสลากฯฉบับใหม่ คือ จ่ายเป็นเงินรางวัล 60% ของยอดได้ เป็นรายได้รัฐ 23% ของยอดขาย และอีก 17% รางวัลเป็นค่าบริหารจัดการ โดยเงินรางวัลจะผันแปรไปตามจำนวนยอดขายในแต่ละงวด อาทิ ยอดขาย 1,000 ล้านบาท จะต้องจ่ายเงินรางวัล 60% ซึ่งก็คือ 600 ล้านบาท ซึ่งเมื่อแบ่งรางวัลแล้วอาจจะทำให้รางวัลที่ 1 หรือแจ๊กพ็อตสูงถึง 100 ล้านบาท ส่วนถ้าขายสลากได้ 10 ล้านบาท เงินรางวัลก็จะเป็น 6 ล้านบาท เป็นต้น ซึ่งในการถูกรางวัลที่ 1 หรือแจ๊กพ็อต อาจจะมีผู้ถูกรางวัล 1 คน หรือมากกว่า 10 คนก็ได้ ถ้ามีการซื้อเลขเดียวกันแล้วถูกหลายคนก็จะนำเงินรางวัลมาหารกัน ต่างจากสลากกินแบ่งรัฐบาลในปัจจุบัน ที่กำหนดเงินรางวัลตายตัว รางวัลที่ 1 อยู่ที่
6 ล้านบาทต่อ 1 ใบ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สำนักงานสลากฯ ศึกษาสลากรูปแบบใหม่ไว้หลายตัว แต่ล็อตโต้ เป็นรูปแบบที่ดูเหมือนน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะเป็นรูปแบบที่นิยมในต่างประเทศ ซึ่งในประเทศอาเซียนมีการสลากรูปแบบล็อตโต้เกือบหมดแล้ว ยกเว้นไทย พม่า และลาว

ยิ่งกฎหมายสลากใหม่เปิดทางให้สมทบเงินรางวัลมากกว่า 1 งวดยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเป็นการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อให้เกิดล็อตโต้ในไทย เดิมทีการสะสมเงินรางวัลไม่จำกัดต้องอยู่ที่ 2 งวดเพื่อให้เหมือนกับต่างประเทศ แต่ข้อเสนอถูกตีตกโดยกรรมาธิการ สนช.เพราะกลัวว่าจูงใจให้เกิดการมอมเมามากเกินไป

นอกเหนือการนำล็อตโต้มาแก้ปัญหาสลากใบราคาแพง เคยมีการพูดถึงนำล็อตโต้มาสู้กับหวยใต้ดิน ซึ่งมียอดขายปีละหลายแสนล้านบาท เงินจากหวยบนดินเข้ากระเป๋านายทุนและเจ้ามือหวย ดังนั้นหากรัฐสามารกออกผลิตภัณฑ์หวยรูปแบบใหม่มาสู้หวยใต้ดินได้ ทำให้มีเงินกลับเข้ามาพัฒนาประเทศอีกหลายพันล้านบาท หลายหมื่นล้านบาท

แต่การออกสลากใหม่ หรือล็อตโต้หากควบคุมไม่ดี เป็นเหมือนการส่งเสริมให้คนไทยเข้าไปซื้อมากขึ้น เป็นการมอมเมาประชาชน และส่งเสริมให้คนมุ่งแต่จะรวยทางลัด ปัจจุบันพิมพ์สลาก 90 ล้านใบต่องวด เทียบจากก่อนที่บอร์ดสลากฯ ชุด คสช.เข้ามาการพิมพ์สลากอยู่ที่ 37 ล้านใบ เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว ยอดขายสลากหมดเกลี้ยงทุกงวด

การเกิดล็อตโต้ในไทยคงขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ และความพร้อมของสังคมไทยว่าจะยอมรับสลากรูปแบบใหม่ นอกเหนือจากสลากใบแบบเดิมหรือไม่

บทความก่อนหน้านี้กกต.เตรียมพร้อม ให้ปชช.ลงคะแนน เลือกตั้งซ่อม เชียงใหม่ เขต8 คาดใช้สิทธิลดลง10% (ชมคลิป)
บทความถัดไป09.00 INDEX อนาคต ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับปัญหา ของ พลังประชารัฐ