ส่งออกเครื่องหนังร่วงจี้สาง 6 ปัญหาก่อนหลุดศูนย์กลางแฟชั่นเอเชีย

ส.อ.ท.ชี้ส่งออกเครื่องหนังร่วง กระทุ้งสาง 6 ปัญหา รักษาตำแหน่งไทยศูนย์กลางแฟชั่นเอเชีย

นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และประธานกรรมการบริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงสถานการณ์เครื่องหนังไทย ว่า ขณะนี้สภาวะอุตสาหกรรมหนัง เครื่องหนังและผลิตภัณฑ์หนังทรงตัว โดยบางช่วงเพิ่ม บางช่วงลด ไม่สะท้อนการเติบโตที่ต่อเนื่อง ล่าสุดอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า เดือนมกราคม 2562 มีมูลค่าการส่งออก 137 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 0.77% เป็นการลดลงจากการส่งออกกลุ่มเครื่องหนังเป็นหลัก ซึ่งมีมูลค่า 86 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 4.66% ขณะที่การส่งออกกลุ่มรองเท้ามีมูลค่า 51 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.4% โดยอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับความผันผวนอย่างมากจากผลกระทบปัญหาความขัดแย้งสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน และประเทศคู่ค้าอื่นๆ รวมทั้งเศรษฐกิจของภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอเชีย ยุโรป หรือสหรัฐ ทำให้เศรษฐกิจโลกโดยรวมอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ค่าเงินมีความผันผวนส่งผลต่อการคำนวณต้นทุนในการจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อนำมาใช้ในการผลิต

“กลุ่มอุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนังไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาจึงดำเนินงานดูแลทั้ง 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นภาคผลิตที่มีคุณภาพ ได้แก่ หนังฟอกสำเร็จรูป และส่วนที่เป็นสินค้าสำเร็จรูป อาทิ กระเป๋า และผลิตภัณฑ์เครื่องหนังอื่นๆ เพื่อให้ไทยยังคงรักษาความเป็นศูนย์กลางแฟชั่นในเอเชียในแง่ที่แบรนด์สินค้าชั้นนำทั่วโลกให้การยอมรับด้านมาตรฐานและคุณภาพของวัตถุดิบ รวมถึงมีกระบวนการตัดเย็บที่ปราณีตทันสมัย”นายสุวัชชัยกล่าว

นายสุวัชชัย กล่าวว่า ทางกลุ่มฯ ได้กำหนดทิศทางให้ธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเป็นตัวแทนของนักธุรกิจเจรจาร่วมกับภาครัฐและผู้แทนจากประเทศต่างๆ พร้อมดำเนินโครงการ แฟชั่น แอนด์ ไลฟ์สไตล์ รวมถึงพิจารณาเรื่องร้องเรียนและการแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ โดยอุตสาหกรรมหนังมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข 6 ด้าน คือ การขาดความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบสินค้า, การขาดแรงงานฝีมือในการออกแบบ ตัดเย็บและประกอบ, ปัญหาทางด้านพิกัดภาษีนำเข้าและส่งออกบางรายการ, ปัญหาโครงสร้างธุรกิจ ในส่วนอุปกรณ์เพื่องานประกอบสินค้าที่ทำให้ไม่สามารถออกแบบสินค้าได้หลากหลาย, การขาดเครื่องมือในการผลิตที่ทันสมัย และขาดการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาสินค้าประเภทหนังและเครื่องหนัง และการขาดแรงจูงใจหรือการชี้นำตลาดใหม่ๆ ซึ่งผู้ประกอบการมีข้อจำกัดทางด้านการส่งเสริมการตลาด ขาดการรับรู้อย่างต่อเนื่องทำให้ลดความสำคัญของสินค้าไทยลง

นายสุวัชชัย กล่าวว่า ดังนั้น ภาครัฐ ภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งปรับปรุงการบริหารงาน ปรับปรุงแรงงาน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับปรุงคุณภาพสินค้าและระบบการผลิตที่สามารถรักษาสิ่งแวดล้อมให้เป็นสินค้าที่มีคุณสมบัติหลากหลายใช้งานได้หลายประเภท ทำให้ลดจำนวนสิ่งของเครื่องใช้ และยังนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สามารถเจรจาการค้ากับคู่ค้า ช่วยให้นักธุรกิจไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศดำเนินธุรกิจได้สะดวก ลดข้อจำกัดทางการค้า ปัญหาเรื่องภาษีต่างๆ และยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต

บทความก่อนหน้านี้นักเขียนรางวัลศรีบูรพา โพสต์ความเละเทะของการจัดตั้งรัฐบาล คือผลพวงของ รธน.ที่ร่างโดยชนชั้นนำ
บทความถัดไป‘ชลบุรี-สุพรรณฯ-บุรีรัมย์-อุดร-ศรีสะเกษ-กระบี่’ 6 จังหวัดเป็น ‘สปอร์ต ซิตี้’