‘อภิสิทธิ์’ ผู้หนักแน่นในสัจจะ : โดย ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พ.ศ.2521 “…ผู้หนักแน่นในสัจจะ พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือ และความยกย่องสรรเสริญจากทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือพูดจริงทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญให้แก่ทั้งบุคคลและส่วนรวม…”

ไม่เสียของที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนักเรียนอังกฤษ มีจรรยา มีศีลธรรม มีสัจจะ เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองที่ปรากฏออกมาสวนทางกับจุดยืน คำพูดและอุดมการณ์ของตน ก็ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ

ถือเป็นนักการเมืองตัวอย่าง เป็นสมาชิกพรรคที่มีวินัย

แม้เพื่อนสมาชิกพรรคพยายามเสนอหาทางออกให้ โดยการ “งดออกเสียง” ในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยรักษาเกียรติภูมิ แต่ก็ถูกปฏิเสธ

เมื่อพรรคมีมติออกมาว่าให้เลือกผู้ใดเป็นนายกฯแล้ว ก็ต้องเคารพมติ แต่เมื่อเข้าสภาให้ปฏิบัติตามมติของพรรค ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เหตุผลคือ

ขัดต่อสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชนทั่วประเทศ เพราะต้องรักษาคำพูด และรับผิดชอบต่อคำพูด เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า “อภิสิทธิ์” เป็นนักการเมืองที่ยึดมั่นในหลักการ

ทั้งนี้ “อภิสิทธิ์” ได้อ้างอิงถึงจดหมายที่ “คานธี” เขียนถึงหลานอันเกี่ยวกับบาป 7 ประการ 1 ในนั้นคือ “การเมืองที่ปราศจากหลักการ” และกล่าวว่า ตนไม่สามารถทำบาปนั้นได้

27 ปีบนเส้นทางการเมืองของ “อภิสิทธิ์” ไม่เคยได้ยินข่าวการทุจริตหรือถูกฟ้องคดี ถือเป็นนักการเมืองที่มีประวัติดี ทำงานการเมืองด้วยความรักความชอบ ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ.2551-2554 มีความตั้งใจทำงาน ส่วนงานก็สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างจนมีคนนินทาว่าพูดมากกว่าทำ

อย่างไรก็ตาม “อภิสิทธิ์” ได้มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความจงรักภักดีเป็นเลิศ และแม้จะเป็นนายกฯมือใหม่แต่ก็มีความคิดอ่านการแก้ปัญหาเป็นเลิศ เช่น

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 มีเหตุการณ์ “ป่วนเมือง” นับวันรุนแรง แต่ “อภิสิทธิ์” ไม่ใช้วิธีการรุนแรงแก้ปัญหา กลับได้ออกมาเชิญชวนประชาชนให้ปฏิบัติตาม “ศีลห้า” เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับธรรมของนักปกครอง เหมาะสมกับกาลเวลา สรรเสริญชมเชยไม่พอต้องสดุดีด้วย

แต่ตกใจที่พิธีกรถามเกี่ยวกับ “ปฏิรูปศีลธรรม” ดีว่าท่านนายกฯ ความรู้แตกฉานจึงตอบไปว่าไม่บังอาจ เพราะว่าหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้ถูกต้องและบริสุทธิ์ที่สุด

ถ้าจะเปรียบเทียบสภาพการทำงานของ “อภิสิทธิ์” ช่วงก่อนหาเสียงเลือกตั้ง 24 มีนาคม กับช่วงเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องยอมรับว่าวันนี้ได้พัฒนาไปไกลแล้ว

ประเด็นจึงมีอยู่ว่า ทำไมจึงไม่สามารถนำพาพรรคชนะการเลือกตั้ง

ต้องยอมรับว่ามีปัจจัยหลายอย่างทั้งในและนอก แม้จะออกหาเสียงเช้า สาย บ่าย เย็น มิได้ว่างเว้น แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แม้กระทั่งในสนามกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่มาแต่เก่าก่อน ก็ต้องพ่ายแพ้หมดทั้งกระดาน

ความจริง “อภิสิทธิ์” ทำงานหนักกว่าและดีกว่า แต่เนื่องจากพื้นที่กรุงเทพฯถูกพรรคใหญ่ช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดไปตั้งแต่การเลือกตั้งคราวก่อน ซ้ำร้ายคราวนี้เจอ “พายุบ้าหมู” อีก 2 ลูก

ฉะนั้น พื้นที่กรุงเทพฯของพรรคประชาธิปัตย์จึง “ราบเป็นหน้ากลอง”

และอีกประเด็น 1 คือการที่ “อภิสิทธิ์” พูดตอนหาเสียงหลายครั้งว่า “ไม่ร่วมกับพรรคใด…ตั้งรัฐบาล ไม่สนับสนุนผู้ใด…เป็นนายกรัฐมนตรี” นั้น

ภาษา “กอล์ฟ” เรียกว่า “ตีข้ามช็อต” คือยังไม่ถึงเวลาพูด

ภาษา “ฟุตบอล” เรียกว่าเตะลูก “own goal” คือเตะลูกเข้าประตูของตน

น่าจะเป็นการสร้าง “ทางตัน” ให้แก่ตน แต่ไม่ถือเป็นประเด็นความผิดของ “อภิสิทธิ์” เพราะเป็นการพูดความจริงกับประชาชน ไม่มีการหมกเม็ดซ่อนเงื่อน เป็นการพูดจริงทำจริง

แม้วันนี้ “อภิสิทธิ์” มิได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ตาม แต่ก็มีศักดิ์ศรีกว่าไปยกมือตามมติพรรคในสภา และดูมีราคา มีราคาที่มี “น้ำใจนักกีฬา” คือ

1 เมื่อไม่สามารถนำพาพรรคชนะการเลือกตั้ง ก็แสดง “สปิริต” ลาออกจากหัวหน้าพรรค

1 เมื่อมติพรรคสวนกับเจตนาของตน ก็แสดง “สปิริต” ลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เป็นพฤติกรรมที่สง่างาม งามที่เป็นนักการเมืองที่อุดมด้วยหลักการและจุดยืน รักษาคำพูดไม่หุนหันพลันแล่น ไม่พูดจาไปเพื่อความสะดวกเฉพาะคราวหนึ่งๆ เท่านั้น ทั้งนี้ โดยไม่เสียดายตำแหน่งอันทรงเกียรติ จึงเป็นคนควรที่เขาทั้งหลายจะเคารพนับถือได้

ถ้าเป็นเพชร “อภิสิทธิ์” น่าจะถือว่าเป็น “เพชรน้ำหนึ่ง” ของวงการเมืองไทย

การเป็นนักการเมืองที่ยึดมั่นในหลักการของ “อภิสิทธิ์” เป็นเรื่องที่หาได้ไม่ง่ายในสังคมปัจจุบัน แม้ไม่สามารถนำพาพรรคชนะการเลือกตั้งได้ แต่ “อภิสิทธิ์” ก็ได้ชนะใจคนในความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ ฉะนั้น การลาออกจากหัวหน้าพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เป็นการ “ชนะ” ที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งอื่นใด

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

บทความก่อนหน้านี้“เถ้าแก่น้อย”เอาใจสาวก จัดชิงเอ็กซ์คูลซีพทริปกับวงSBFIVE
บทความถัดไปตา-ยายโคราชจบหลักสูตร“ปรุใหญ่วัยเก๋า”สอนกิจกรรมวัยุรุ่น-ใช้แอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนเป็น