พาณิชย์ จับคู่ สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียนฯ จัดสัมนา AHEAD หวังยกระดับแรงงานไทยสู่ยุค 4IR

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานเปิดงานสัมนาระดับนานาชาติ Symposium on ASEAN Human Empowerment Aad Development (AHEAD) ว่า ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน-ประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีในยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่มีต่อแรงงานและผู้ประกอบการวิชาชีพในอาเซียนและหารือแนวทางการพัฒนาทักษะแรงงานและผู้ประกอบการฯ โดยผลที่ได้รับจากการสมนาในครั้งนี้ สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน-ประเทศไทย จะนำมาใช้ประกอบการจัดทำแนวทางการพัฒนาแรงงานให้มีทักษะและรับมือกับยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) และเสนอให้รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนให้ความเห็นชอบและเสนอผู้นำอาเซียนรับทราบต่อไป พร้อมทั้งจะมีการพูดคุยในประเด็นที่เหลืออยู่ 13 ข้อบท อาทิ การเยียวยาทางการค้า เป็นต้น ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเชียนครั้งที่ 34 อีกด้วย

นายบุณยฤทธิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันระบบเศรษฐกิจของโลกกำลังเปลี่ยนไปสู่ยุค 4IR ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิวัติดิจิทัลผสานการเชื่อมโยงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น จากการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณ ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาทดแทนแรงงานมนุษย์ การเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตเข้ากับทุกสรรพสิ่ง (ไอโอที) อย่างไรก็ตามจากการทดแทนแรงงานด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมคาดการณ์ว่าแรงงานประมาณ 375 ล้านคนทั่วโลก อาจจะต้องเปลี่ยนอาชีพ ภายในปี 2573 สำหรับอาเซียนปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อแรงงานประมาณ 28 ล้านคน ในอนาคต

“เพื่อให้แรงงานมีความพร้อมรับมือต่ออาชีพในอนาคต การพัฒนาทักษะที่มีอยู่และเสริมทักษะใหม่ของแรงงานให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน สภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน-ประเทศไทยซึ่งรับหน้าที่เป็นประธานในส่วนของภาคธุรกิจของอาเซียน จึงเสนอให้มีการจัดทำแนวทางการพัฒนาแรงงานมีทักษะและผู้ประกอบวิชาชีพของอาเซียนเพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 โดยเป็น 1 ใน 5 ประเด็นผลักดันด้านเศรษฐกิจเพื่อเตรียมความพร้อมของอาเซียนสู่อนาคต” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

ด้านนายอริน จิรา ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน-ประเทศไทย กล่าวว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 จะมีการนำเสนอในเรื่องของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) โดยจะเสนอให้มีการพัฒนาผู้ประกอบการและแรงงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องปรับตัวเข้าสู่ยุค 4IR มากขึ้น อาทิ ผู้ประกอบธุรกิจเฮลท์แคร์ ธุรกิจหุ่นยนต์ และธุรกิจอาหาร เป็นต้น ซึ่งธุรกิจกลุ่มนี้ในอนาคตอาจถูกทดแทนโดยระบบออโตเมชั่นมากขึ้น จึงต้องนำเรื่องนี้มาพูดคุยกันในเวทีดังกล่าว

“เรื่องที่จะนำเสนอดักล่าวต้องมีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่จะต้องช่วยกันทำให้บุคคลากรของประเทศได้รับผลประโยชน์ และลดอัตราการว่างงานให้ได้มากที่สุด ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับประเทศเกาหลีที่ใช้งบประมาณกว่า 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ มาใช้ในการศึกษาวิจัยจนทำให้ประเทศเกาหลีมีการใช้เทคโนโลยีร่วมกับแรงงานคนได้อย่างดี ส่วนประเทศไทยมีการใช้งบประมาณในการศึกษาและวิจัยเพียง 1% เท่านั้น และการที่จะกระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 2-3% อาจไม่ใช่เรื่องง่าย มองว่ารัฐบาลควรหันมาให้ความสำคัญและผลักดันในเรื่องนี้ให้มากขึ้น เช่นการจัดตั้งอาร์แอนด์ดี เซ็นเตอร์เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการรายเล็ก เป็นต้น” นายอรินกล่าว

นายอริน กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซป) ระหว่างอาเซียน กับ 6 ประเทศคู่เจรจา คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในปีนี้ รับบาลมีความตั้งใจที่จะผลักดันไปสู่จุดสำเร็จ แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมเพรียงของกลุ่มประเทศอาเซียนต่อไป และในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนจะมีการหารือในเรื่องต่าง ๆ อาทิ ระเบียบการค้าชายแดน หรือความสะดวกด้านศุลกากรว่าด้วยระบบอิเล็กทรอ นิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (อาเซียนซิงเกิลวินโดว์), สมาร์ทซิตี้ และหารือปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เป็นต้น

“ส่วนเรื่องนโยบายทางการเมือง มองว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสภาฯ ในเรื่องของการเมืองต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องคุยกันเอง แต่เหมือนจะยังพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะ 3 เดือนแล้วยังตั้งรัฐบาลไม่เสร็จเลย” นายอรินกล่าว

บทความก่อนหน้านี้กปภ. ทั่วประเทศ พร้อมรับมืออุทกภัยในปี 62
บทความถัดไปครบ 1 ปี ช่วย ‘13 หมูป่า’ กับวันนี้ที่ ‘ถ้ำหลวง’ ไม่เหมือนเดิม?