09.00 INDEX สงคราม ใน พลังประชารัฐ ‘ประยุทธ์’ กับ ‘กลุ่มสามมิตร’

09.00 INDEX สงคราม ใน พลังประชารัฐ ‘ประยุทธ์’ กับ ‘กลุ่มสามมิตร’

หากมองจากประสบการณ์และความจัดเจนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

สภาพอันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในพรรคพลังประชารัฐ

คือ สงคราม เพียงแต่เป็นสงครามในปริมณฑลทางการเมือง

เท่านั้น อย่าได้แปลกใจหากจะปรากฎ “สารนายกรัฐมนตรี”

แม้ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่ก็กระทำในฐานะเป็นบุคคลที่ พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี เป้าหมายก็เพื่อ ต้องการสยบปัญหาให้สงบลง

กระนั้น ความน่าสนใจก็อยู่ที่ “แถลงการณ์” อันมาจากกลุ่มสามมิตร ยืนยันเจตจำนงและความต้องการเดิมของตน

เท่ากับเป็น “คำขาด” ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หากมองดุลกำลังระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกลุ่มนำ ภายในพรรคพลังประชารัฐ จำนวน 31 ส.ส.ที่กลุ่มสามมิตรมีอยู่ในมืออาจเป็นจำนวนไม่มากนัก

เมื่อเทียบกับจำนวน ส.ส. 116 คนทั้งหมดของพรรคพลังประชารัฐ

เพราะเสมอเป็นเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น

ยิ่งหากเทียบกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มี 250 ส.ว.อยู่ในมือ ยิ่งเป็นจำนวนอันน้อยนิด

ยิ่งหากเทียบกับ 18 พรรคการเมืองที่เคยขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในที่ประชุมรัฐสภาร่วมกับ 249 ส.ว. นั่นก็คือ 251 เสียง เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ยิ่งทำให้จำนวน 31 ส.ส.ดำรงอยู่อย่างจิ๊บจ๊อยอย่างเด่นชัด

ในทางกำลัง หากมองจากด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำนวน 31 เสียงในมือของกลุ่มสามมิตรอาจน้อยแต่หากหักออกจาก 116 นั่นหมายถึงพรรคพลังประชารัฐจะด้อยลงทันที

นั่นก็คือ กลายเป็นพรรคต่ำร้อยในสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ว่าสงครามในแนวรบที่หลั่งเลือด ไม่ว่าสงครามในแนวรบที่ไม่หลั่งเลือด กำลังพลมีความหมาย แต่แม่ทัพที่รอบคอบก็ย่อมไม่ประมาทกำลังพลอันเป็นของตนอย่างเด็ดขาด

ตรงนี้เองที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นอย่างสูงประมาท 31 เสียงของกลุ่มสามมิตรไม่ได้

ที่สำคัญสงครามครั้งนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิใช่กับศัตรูภายนอก หากแต่เป็นฝ่ายตรงกันข้ามซึ่งอยู่ภายใน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon