‘ศรีสุวรรณ’ ชี้สารนายกฯ สะท้อนความล้มเหลวจัดตั้งรบ. รัฐประหารซ้ำไม่ใช่ทางออก

‘ศรีสุวรรณ’ ชี้สารนายกฯ สะท้อนความล้มเหลวจัดตั้ง รบ. รัฐประหารซ้ำไม่ใช่ทางออก

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษา​ความสงบแห่งชาติ (คสช.) ​ได้ออกสารนายกรัฐมนตรี ชี้แจงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เกี่ยวกับการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จนทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มากมายนั้น

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าว โดยเขียนในลักษณะแถลงการณ์ว่า แถลงการณ์ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรื่องหยุดใช้วาทกรรมการยึดอำนาจข่มขู่ประชาชน

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เผยแพร่สารจากนายกรัฐมนตรี เพื่อขอโทษพี่น้องประชาชนแทนพรรคพลังประชารัฐ ที่กำลังมีปัญหาแก่งแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีกันอยู่ในขณะนี้นั้น ในสารดังกล่าวมีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า

“การบริหารบุคลากรเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนพึงพอใจ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไร ประชาชนจะมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลและทุกพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้มากที่สุด โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไปเพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน ในฐานะรัฐบาลของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งจะถือเป็นการเริ่มต้นปฏิรูปทางการเมืองของรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อมิให้การดำเนินการทางการเมืองกลับไปเป็นปัญหาเช่นเดิม จนต้องเกิดการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ ที่ทุกคนไม่ต้องการขึ้นมาอีก”

การใช้คำที่ว่า “เพื่อมิให้การดำเนินการทางการเมืองกลับไปเป็นปัญหาเช่นเดิม จนต้องเกิดการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ” นั้น เป็นการแสดงออกถึงการใช้อำนาจในลักษณะของการข่มขู่นักการเมือง อันหมายความรวมถึงการข่มขู่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศด้วย เพื่อหวังให้ทำตัวเชื่องๆ ให้ว่านอนสอนง่ายกระนั้นหรือ?

ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงพิสมัยต่ออำนาจ ที่เคยมีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ อยากจะทำอะไรก็ได้ โดยไม่คำนึงถึงตรรกะ หลักสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน แม้จะมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วก็ตาม ดังกรณีการออกคำสั่ง ม.44 เป็นว่าเล่น

การแย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรีในคณะรัฐบาลขณะนี้นั้น มิได้มีมูลเหตุหลักมาจากพรรคการเมือง หรือนักการเมืองแต่อย่างใด หากแต่เกิดขึ้นเพราะความล้มเหลวในการปฏิรูปการเมืองที่ผ่านมาที่ผู้มีอำนาจไม่มีความจริงใจที่จะปฏิรูปต่างหาก และพยายามใช้เล่ห์ฉลในการออกแบบรัฐธรรมนูญจากเหล่าพวกนักกฎหมายคร่ำครึโบราณและใช้การตีความจากนักเนติบริกรชอบเชลียร์ ผลจึงออกมาเช่นนี้

คือเลือกตั้งผ่านมากว่า 3 เดือนแล้วยังฟอร์มคณะรัฐบาลไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้พวกข้าวนอกนา ที่ไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่เคยลงพื้นที่ไปยกมือไหว้ขอเสียงประชาชน แต่กลับมีทีท่าว่าจะได้มานั่งในตำแหน่งเสนาบดีตัวเบิ้มๆ ในขณะที่ ส.ส.ทั้งหลายกว่าจะได้คะแนนเสียงแต่ละคะแนนต้องยกมือไหว้ประชาชนนับหมื่นนับแสนครั้ง กลับไม่ได้ตำแหน่งเสนาบดีตามข้อสัญญาลูกผู้ชายแต่อย่างใด เป็นใครก็เจ็บช้ำน้ำใจ

การออกสารจากนายกรัฐมนตรี จึงเป็นเพียงการแสดงออกถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการพรรคการเมือง และนักการเมืองในซีกของฝั่งรัฐบาล โดยใช้วาทกรรมเพื่อข่มขู่ประชาชนให้หวนคำนึงถึงวันที่ 22 พ.ค.2557 เท่านั้น ซึ่งท่านก็รู้ว่าทุกคนไม่ต้องการ และเมื่อทำแล้วผลออกมาเป็นเยี่ยงนี้ แล้วท่านยังคิดที่จะกลับไปแก้ปัญหาแบบเดิมๆ อีกเพื่ออะไร ?

 

 

บทความก่อนหน้านี้ย้อนรอย “รังนก” สุดยอดอาหารลับนับพันปี เพื่อสุขภาพดีของคุณ
บทความถัดไปสิ้น ‘หลวงพ่อเพิ่ม’ เกจิดังเมืองกรุงเก่า ปิดตำนาน ‘รวย เพิ่ม พูน’