กรอ.ผุดโรงงานกำจัดกากทั่วประเทศ

กรอ.ผุดโรงงานกำจัดกากทั่วประเทศ ส่งผลศึกษาให้กนอ.พิจารณาพื้นที่จัดตั้ง เผยภาคเหนือกากล้นสุด

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า กรอ.ยังศึกษาความเหมาะสมพื้นที่การตั้งโรงงานกำจัด บำบัด และรีไซเคิลกากอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับปริมาณกากอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่มีมากกว่า 30 ล้านตันต่อปี โดยผลศึกษาเบื้องต้นเสร็จและส่งให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)พิจารณาแล้ว เนื่องจากโรงงานกำจัดกากบางพื้นที่ต้องอยู่ภายในนิคมฯจึงต้องทำงานร่วมกัน อาทิ พื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดที่มีปริมาณกากอุตฯมากที่สุดคือ จ.ตาก ขั้นตอนต่อไปต้องศึกษาว่าควรอยู่ในหรือนิคมฯ หรือควรเป็นจังหวัดอื่น โดยผู้ลงทุนควรเป็นเอกชน

“กรอ.ได้ทำแผนร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน ซึ่งการตั้งโรงงานกำจัดกากมีความจำเป็น เนื่องจากจำนวนโรงงานผู้กำเนิดกากกับโรงงานกำจัดกากไม่สอดคล้องกัน เฉลี่ยทั่วประเทศ 34:1 อาทิ ภาคเหนือมีปริมาณ 123:1 ภาคใต้ 117:1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 72:1 ภาคตะวันตก 57:1 ภาคกลาง 35:1 และภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี มีปริมาณกากอุตฯมากที่สุด แต่การกำจัดสูง 14:1″นายทองชัยกล่าว

นายทองชัยกล่าวว่า กรอ.ยังจัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานคัดแยกและรีไซเคิลซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้งบประมาณปี 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้โรงงานที่ประกอบกิจการคัดแยก ถอดประกอบ บดย่อย และรีไซเคิลซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้มีศักยภาพในการประกอบกิจการปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศ ให้สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ…. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล

นายทองชัยกล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณกากขยะวัตถุอันตรายและของเสียอื่นๆ มีปริมาณ 30.94 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็นกากอันตราย 1.74 ล้านตัน และไม่อันตราย 29.2 ล้านตัน โดยใน 9 เดือนของปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561- มิถุนายน 2562) มีปริมาณกากที่เข้าระบบแล้ว 13.184 ล้านตัน แบ่งเป็นกากอันตราย 925,000 ตัน และไม่อันตราย 12.259 ล้านตัน โดยกากที่ไม่เข้าระบบเพราะดำเนินการโดยโรงงานขนาดเล็กถึงเล็กมาก อาทิ กิจการซ่อมรถยนต์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon