หน้าแรก ในประเทศ หญิงร้องรพ.เม...

หญิงร้องรพ.เมืองคอนระบุมีเชื้อเอชไอวีระหว่างคลอดลูกคนที่ 4 และ 5 พอคนที่ 6 รพ.ระบุไม่มีเชื้อ

3.07.19 | 13:15 น.

กรณีสาวรายหนึ่งที่ออกมาร้องเรียนว่าเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา หรือเมื่อราวปี 2557 ได้ไปคลอดลูกพร้อมตรวจเชื้อเอชไอวี (HIV) ยังโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ปรากฎผลออกมาว่าติดเชื้อเอชไอวี กระทั่งล่าสุดปี 2561 ได้ไปคลอดลูกอีกคนที่โรงพยาบาล แต่กลับพบไม่ติดเชื้อเอชไอวี จึงมาร้องขอความเป็นธรรมกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้ตรวจสอบโรงพยาบาลรัฐที่ตรวจเชื้อผิดพลาด พร้อมให้ถอนชื่อออกจากผู้ป่วยเอชไอวีและเรียกร้องค่าเสียหาย

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ได้นำผู้เสียหายจากการตรวจเชื้อเอชไอวีผิดพลาดที่โรงพยาบาลทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราชมาร้องเรียนยัง สธ. เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบโรงพยาบาลทุ่งสงและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้ตรวจเลือด รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยที่ทำการตรวจเลือดเอชไอวีทั้งหมด เพื่อไม่ให้กรณีเกิดข้อผิดพลาดเช่นนี้ขึ้นอีก ขณะเดียวกัน ทนายความได้นำภาพหลักฐานการตรวจเลือดจากโรงพยาบาลชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลกและโรงพยาบาลทุ่งสงจังหวัดนครศรีธรรมราช ล่าสุด ผลที่ได้ทำการตรวจใหม่อีกครั้ง และพบว่านางมณีรัตน์ไม่มีเชื้อเอชไอวี

เบื้องต้น นางมณีรัตน์ คงหอม ผู้เสียหาย กล่าวว่า ต้องทนทุกข์ทรมานกว่า 5 ปี ในการได้รับผลกระทบ จากการดูถูกคนรอบข้าง รวมถึงลูกของเธอต้องกินยาต้านเชื้อเอชไอวีด้วย โดยเมื่อปี 2557 ได้คลอดลูกคนที่ 4 ที่โรงพยาบาลทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และได้รับแจ้งผลตรวจเลือดจากแพทย์ว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี ต่อมาไม่ยอมกินยาต้านเชื้อเอชไอวี แต่ลูกของเธอกินยาต้านเชื้อ กระทั่งเมื่อปี 2558 ตนได้มีลูกคนที่ 5 กับสามีคนเดิม โดยได้ทำการคลอดลูก ที่โรงพยาบาลทุ่งสงแห่งเดิม และแพทย์ก็ระบุอีกว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี และให้ยาต้านเชื้อมากินอีกครั้ง เมื่อทราบเรื่องเนื่องจากถูกคนรอบข้างดูถูกรังเกียจเหยียดหยาม จึงตัดสินใจไปใช้ชีวิตใหม่ที่จังหวัดพิษณุโลก ก่อนจะพบกับสามีคนใหม่ จึงมีลูกคนที่ 6 และในปี 2561 และได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก พบว่า ตนเองและลูกไม่มีเชื้อเอชไอวีมาตั้งแต่ต้น

นางมณีรัตน์กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่องว่าไม่มีเชื้อเอชไอวี จึงได้ไปร้องความเป็นธรรม ถึงเรื่องเก่าที่ศูนย์ดำรงธรรม แต่ต่อมาเรื่องก็ได้เงียบหายไป จนได้ติดต่อทนายรณรงค์เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือ หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลทุ่งสงได้ติดต่อ พูดคุยและขอชดเชยเยียวยาเบื้องต้นเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท

Advertisement

ด้าน นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากนี้จะทำการตรวจสอบตามกระบวนการ ในส่วนของประชาชนผู้เสียหายจะ เข้าไปดูในเรื่องของสิทธิการบริการทางการแพทย์ ว่าผิดพลาดตรงไหน หรือผิดพลาดที่ตัวอุปกรณ์ในการตรวจ ส่วนโรงพยาบาล ต้องไปดูตามระเบียบราชการ ว่าโรงพยาบาลมีความผิดพลาดอย่างไร ทั้งนี้ ยืนยันทำตามระเบียบราชการ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างขอข้อมูลจากโรงพยาบาลทุ่งสง คาดไม่เกิน 2 สัปดาห์