กกร.คาดการณ์จีดีพีปีนี้มีโอกาสเหลือแค่ 2.9% หลอนบาทแข็งเข้าพบผู้ว่าแบงก์ชาติสัปดาห์หน้า(ชมคลิป)

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า กกร.ได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ปี 2562 ลงมาอยู่ที่ 2.9-3.3% จากเดิม 3.7-4.0% ขณะที่การส่งออกคาดติดลบ 1 -1% ปรับลดลงมาจาก 3.0-5.0% ผลจากจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง สงครามทางการค้าระหว่างประเทศสหรัฐและจีน รวมถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาด อยู่กรอบเดิมที่ 0.8-1.2%

“ช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณที่อ่อนแอจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่ติดลบ นักท่องเที่ยวต่างชาติยังขยายตัวแต่ขยายตัวในระดับต่ำ มีเพียงการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวจากแรงหนุนมาตรการพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐแม้ว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ก็ตาม แต่กกร.มองว่าอาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลจากการส่งออกที่ลดลงได้ โดยแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังอยู่ท่ามกลางความท้าทายและขาดปัจจัยหนุน แม้ว่าการส่งออกจะกลับมาฟื้นตัวได้บ้างครึ่งปีหลัง แต่ทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากความซบเซาของการค้าโลก รวมทั้งปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็วและอาจจะมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าอีก หากธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันสินค้าส่งออกไทยทำให้แนวโน้มของส่งออกทั้งปีของปีนี้ อาจมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ขยายตัว” นายปรีดี กล่าว

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ส.อ.ท. อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อขอเข้าพบ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือในเรื่องการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง เพราะขณะนี้ค่าเงินบาทอยู่ที่ 30.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่า 5.7% ตั้งแต่ต้นปี และแข็งค่ากว่าสกุลอื่น ทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบในแง่การแข่งขันและรายได้เมื่อแปลงเป็นเงินบาท โดยทางส.อ.ท. อยากให้ธปท. มีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างน้อย 1 ครั้ง ที่ 0.25% โดยเร็วที่สุดจากปัจจุบันที่ 1.75% เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท และอยากให้ ธปท. ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศอื่น รวมทั้งมีการใช้เครื่องมือที่มีอยู่ออกมาดูแลค่าเงินบาทให้เร็วที่สุด ซึ่ง ส.อ.อ. อยากเข้าพบภายในสัปดาห์หน้าหรือเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งได้เตรียมข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อหารือกับธปท.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon