‘โคราช’ 9 อ. 17 ต. 28 หมู่บ้าน ยังต้องแจกจ่ายน้ำ พบน้ำดิบในลำน้ำเค็มประสบวิกฤตน้ำลดฮวบ 

‘โคราช’ 9 อ. 17 ต. 28 หมู่บ้าน ยังต้องแจกจ่ายน้ำ พบน้ำดิบในลำน้ำเค็มประสบวิกฤตน้ำลดฮวบ

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นายพรเชษฐ์ แสงทอง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยสถานการณ์ภัยแล้งปัจจุบันของจังหวัดนครราชสีมาว่า  อยู่ในขั้นวิกฤตในหลายพื้นที่ โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 พบว่ามี 28 หมู่บ้าน ใน 17 ตำบลของ 9 อำเภอ ที่ยังมีการแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ได้แก่ ต.ไชยมงคล อ.เมืองนครราชสีมา, ต.หนองมะนาว อ.คง, ต.ขามเฒ่า ต.มะค่า ต.ใหม่, ต.พลสงคราม อ.โนนสูง, ต.ช่องแมว อ.ลำทะเมนชัย, ต.ธงชัยเหนือ, ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย,  ต.คลองเมือง อ.จักราช, ต.งิ้ว ต.ทับสวาย, ต.หลุ่งประดู่, ต.กงรถ, ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง , ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน และ ต.กุดน้อย อ.สีคิ้ว

ซึ่งทางจังหวัดนครราชสีมา โดยนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามพื้นที่ประสบภัยแล้งด้วยตนเองหลายจุด และได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอของจังหวัด จับตาตรวจสอบปริมาณน้ำคงเหลือและสอดส่องดูแลความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันได้ระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ ทั้งการสนับสนุนรถสูบน้ำ รถสูบส่งระยะไกล และเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำที่เหลือตามแหล่งน้ำต่างๆไปกักเก็บไว้สำหรับผลิตน้ำประปาอุปโภคบริโภค รวมทั้งสนับสนุนการเป่าล้างบ่อบาดาล โดยใช้เครื่องจักรกล ของศูนย์ ปภ.เขต 5 นครราชสีมา ซึ่งดำเนินการไปแล้วในพื้นที่เป้าหมาย 85 บ่อ อยู่ระหว่างดําเนินการ 2 บ่อ

และในส่วนการการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แม้ว่าจะได้กำชับเรื่องการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม เพื่อแจกจ่ายน้ำประปาให้ประชาชนใช้อย่างเพียงพอและสมดุลกับปริมาณน้ำคงเหลือ ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาค พบพื้นที่ ที่คาดว่าจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดิบสําหรับผลิตน้ำประปา จํานวน 1 แห่ง ได้แก่ การประปาส่วนภูมิภาค สาขาพิมาย หน่วยบริการรังกาใหญ่ ซึ่งใช้แหล่งน้ำดิบจากลําน้ำเค็มเป็นหลัก มาผลิตประปา โดยขณะนี้สามารถดึงน้ำดิบจากลำน้ำเค็มการสูบจ่ายได้ 10 วันเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันน้ำดิบในลําน้ำเค็ม มีประชาชนในพื้นที่สูบน้ำไปทํานาเป็นจํานวนมาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำดิบสําหรับผลิตน้ำประปาคงเหลือน้อยมาก ส่วนสระพักน้ำ ก็มีน้ำคงเหลืออยู่น้อย ประมาณการสูบได้อีกเพียง 20 วัน

ส่วนปริมาณน้ำ 5 เขื่อนใหญ่โคราช เหลือปริมาณน้ำเหลือเฉลี่ยใช้การได้เพียง 33 %เท่านั้น ซึ่งสำนักชลประทานที่ 8 บริหารจัดการตามแผนอย่างเข้มงวด โดยขณะนี้ มีน้ำกักเก็บเฉลี่ยเหลืออยู่ที่ 318 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 35 % เป็นน้ำใช้การได้เพียง 281 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือ 33 % เท่านั้น โดยอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย เหลือน้ำน้อยสุด มีปริมาณน้ำกักเก็บเหลืออยู่เพียง 23 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 15 % ของความจุกักเก็บทั้งหมด แต่เป็นน้ำใช้การได้ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 14 % ส่วนอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำมากกว่าที่อื่น คือ 161 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 51% ของความจุกักเก็บทั้งหมด เป็นน้ำใช้การได้139 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ47 % ขณะที่อ่างเก็บน้ำอีก 3 แห่งที่เหลือ คือ อ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 42 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 30% ของความจุกักเก็บ เป็นน้ำใช้การได้ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 26%, อ่างเก็บลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 90 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 32% ของความจุกักเก็บเป็นน้ำใช้การได้ 83 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 31 % และอ่างเก็บน้ำลำนางรอง อ.เสิงสาง มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 29.91 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 24.63 ของความจุกักเก็บ เป็นน้ำใช้การได้ 26.46 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 22.43 ซึ่งทั้ง 5 เขื่อนนั้น ยังสามารรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก

บทความก่อนหน้านี้เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน : ‘โฮมเมด’ ทำกินเองง่ายๆ รสเครื่องเทศกำลังดี
บทความถัดไปแรงงานที่เคยขู่ฟ้องเพื่อไทยจี้ปรับค่าแรง 300 ยื่นจม.ถึง ‘อุตตม’ ทวงสัญญาค่าแรง 400