‘อีอีซี’ถก’บีโอไอ’ชงต่อแพคเกจดึงลงทุนก่อนสิ้นอายุปลายปีนี้

‘อีอีซี’เล็งถก’บีโอไอ’ชงต่อแพคเกจดึงลงทุน ก่อนหมดเวลาสิ้นปีนี้ ด้านบีโอไอแง้มพร้อมต่อให้ แต่ต้องมีกรอบเวลาชัดเจน ให้มีแรงกระตุ้นลงทุน เอกชนหนุนต่อพร้อมขอเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้สวนอุตสาหกรรมด้วย

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมารลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ว่า สัปดาห์นี้นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) เตรียมหารือบีโอไอ เพื่อพิจารณาต่ออายุมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอีอีซีให้นักลงทุนยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ ออกไปจากกำหนดเดิมเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 ถึง 30 ธันวาคม 2562 โดยในส่วนของบีโอไอนั้นยังเดินหน้าต่ออายุมาตรการส่งเสริมในอีอีซีต่อไปแต่ต้องมีกรอบเวลาชัดเจน เนื่องจากหากไม่มีกรอบเวลาวันหมดอายุมาตรการส่งเสริม จะไม่มีแรงกระตุ้นให้นักลงทุนรีบเข้ามาลงทุนในอีอีซี โดยจะปรับปรุงมาตรการส่งเสริมให้มีความเหมาะสมในพื้นที่อีอีซีมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

นายนฤตม์กล่าวว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนในอีอีซีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก เห็นได้จากหลังประกาศมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี วันที่ 31 มกราคม 2561 ยอดการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี เพิ่มขึ้นมาก โดยปี 2561 มูลค่าการขอรับการส่งเสริมการลงทุน 683,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 137% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็น จ.ชลบุรี 576,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 781% จ.ฉะเชิงเทรา 48,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% และจ.ระยอง 58,700 ล้านบาท ลดลง 68% ส่วนรอบ 3 เดือนแรกของปี 2562 (มกราคม-มีนาคม) มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 75,054 ล้านบาท ลดลง 55% เนื่องจากเป็นช่วงต้นปีนักลงทุนยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ถ้ามองรายจังหวัดก็เห็นการเพิ่มขึ้นที่โดดเด่นใน จ.ระยอง มูลค่า 17,803 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 250% จ.ฉะเชิงเทรา 4,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% ขณะที่จ.ชลบุรี มูลค่า 52,401 ล้านบาท ลดลง 67%

น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น(ดับบลิวเอชเอ) ผู้ดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม และคลังสินค้าขนาดใหญ่ในอีอีซี กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่บีโอไอจะต่ออายุมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี เพราะเป็นมาตรการที่ดึงดูดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมาก ทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอีกครั้ง ซึ่งจากการพบปะกับผู้บริหารของ แอร์บัส ก็มองว่ามาตรการส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี ทำให้ไทยกลับมาเป็นผู้นำโดดเด่นในอาเซียนเป็นแรงกระตุ้นให้อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น ส่วนการทำงานของอีอีซี ที่ผ่านมาอาจติดขัดปัญหาบ้าง เพราะเป็นหน่วยงานใหม่ เชื่อว่าหลังจากนี้การทำงานของอีอีซี จะเดินหน้าอย่างรวดเร็วมากขึ้น

นายชัยพล พรพิบูลย์ ผู้จัดการฝ่ายสงเสริมและพัฒนาธุรกิจ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การต่ออายุมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซีในครั้งใหม่ ควรปรับปรุงขอบเขตของการให้สิทธิประโยชน์ครอบคลุมไปถึงกิจการสวนอุตสาหกรรมด้วย เพราะที่ผ่านมาให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนเฉพาะในพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และนิคมฯเอกชนที่ร่วมดำเนินงานกับ กนอ. ขณะที่สวนอุตสาหกรรมดำเนินงานในลักษณะเดียวกันกับนิคมอุตสาหกรรม ผ่านขั้นตอนการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) และมีมาตรฐานการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐานทุกอย่าง แต่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในมาตรการส่งเสริมของอีอีซี นอกจากนี้ควรขยายพื้นที่อีอีซี ให้สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียงอีอีซี โดยเฉพาะ จ.ปราจีนบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีนิคมฯ และสวนอุตสาหกรรมอยู่หลายราย ช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดการลงทุน และเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมได้มากขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอฟฟี่เบรก : ดี vs D
บทความถัดไปส.ว.สมชาย สงสัย ‘ธนาธร’ สร้างภาพ ปมให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย ที่ลอนดอน