รพ.ห้วยยอดโต้กลับลุงวัย 78 ถูกงูกัด อ้างฉีดเซรุ่มช้าเพราะไม่มีข้อบ่งชี้-ปัดให้กินยาธาตุ

ผอ.รพ.ห้วยยอดโต้ญาติผู้ป่วย กรณีพ่อเฒ่าถูกงูเห่ากัด ชี้ทำตามมาตรฐานการรักษาถูกต้อง เซรุ่มฉีดต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้เท่านั้น ผลอาการทรุดไม่เกี่ยวข้องกับพิษงู และการโดนงูกัดไม่จำเป็นที่จะต้องมีปัญหาทุกคน เปรยญาติพร้อมดูแล-เยียวยาและรับผิดชอบทุกอย่าง ด้านญาติไม่ยอมยังกังขาชี้แจงไม่ชัด และยังคงต่อสู้ถึงที่สุด

อ่าน ลุงวัย78 ถูกงูเห่าฉก รพ.ให้กินยาธาตุ ญาติร้องฉีดเซรุ่มช้า อาการโคม่า

ความคืบหน้า วันนี้ 20 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ปิยวิทย์ เนกขพัฒน์ ผอ.รพ.ห้วยยอด เปิดเผยว่า คนไข้มาโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 62 ที่ถูกงูกัดซึ่งโดยปกติคนที่มีปัญหาเรื่องงูกัดเราต้องระวังเรื่องของระบบประสาทและเรื่องทางเดินหายใจ เราก็ระวังเรื่องระบบการเดินหายใจมาตลอด ในช่วงที่นอนโรงพยาบาล การหายใจ การเต้นของหัวใจ การทำงานของปอดอยู่ในเกณฑ์ปกติตลอด จึงไม่ได้ฉีดเซรุ่มป้องกันพิษงูเห่า อาการบ่งชี้ที่สำคัญสำหรับผู้ที่ถูกงูกัดคือเรื่องของระบบทางเดินหายใจ เริ่มตั้งแต่กล้ามเนื้ออ่อนแรงมีตาตก โดยที่ไม่ต้องรอเรื่องหายใจไม่ออก คนไข้คนนี้ก็ไม่ได้มีอาการเหล่านี้ ซึ่งก็อยู่ที่พิษงูด้วยการถูกงูกัดก็ไม่ได้มีปัญหากันทุกราย ไม่ได้เสียชีวิตทุกราย แต่ละคนไม่เหมือนกัน

ซึ่งได้ชี้แจงให้กับญาติรับทราบแล้วในเรื่องแนวทางในการรักษา การฉีดเซรุ่ม เราได้อธิบายแล้วว่าในคนไข้คนนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ในการฉีดเซรุ่มป้องกันพิษงูเห่า ในส่วนของการรักษาการป้องกันภาวการณ์ติดเชื้อเราได้ทำแผลและได้ให้ยาปฏิชีวนะตั้งแต่วันแรก เรื่องการให้ยาธาตุน้ำขาวตามที่เป็นข่าวนั้น ซึ่งตนก็ได้สอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และได้ดูเอกสารการรักษาแล้วว่าไม่ได้มีการให้ยาธาตุน้ำขาว แต่มีการฉีดยาป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียน ตอนนี้ได้สอบถามความคืบหน้าในการรักษาจาก รพ.ตรัง มีอาการเรื่องของปอดอักเสบติดเชื้อ ดื้อยา ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นคนละกรณีกันกับที่ถูกงูกัด ในส่วนของบาดแผลที่ถูกงูกัดก่อนออกจาก รพ.ห้วยยอดที่เราส่งไป เราส่งไปเพราะว่าบาดแผลเริ่มมีตุ่มน้ำก็ส่งไปยัง รพ.ตรัง ตอนนี้ได้ทำการผ่าตัดทำแผลที่ถูกงูกัด ตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว

ยืนยันว่าได้ทำการรักษาตามแนวทางการดูแลผู้บาดเจ็บจากการถูกงูกัด และการทำการรักษาบาดแผลซึ่งเราได้ให้การรักษาตั้งแต่แรกแล้ว ส่วนอาการที่เป็นตอนนี้อาการไตวาย สมองตาย ต่างๆนั้น สาเหตุไม่ได้มาจากงูกัดแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งโดยปกติแล้วการถูกงูกัดมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายอยู่แล้ว เพราะในพิษงูมีเชื้อหลายตัว

นางสุพิศ ทองแท้ อายุ 49 ปี กล่าวว่า วันนี้ ผอ.รพ. ห้วยยอดก็ได้เรียกไปชี้แจงในแรงการฉีดเซรุ่มว่า งูแต่ละชนิดจะฉีดไม่เหมือนกัน ซึ่งพิษงูเห่าต้องรอดูอาการก่อนว่าคนไข้จะหลับหรือไม่หลับ แต่กรณีของพ่อนั้น ไม่หลับเขาจึงรอดูอาการต่อไป ตอนนี้ทางญาติก็ยังติดใจว่าทำไมเขาไม่ฉีดเซรุ่ม และไม่รีบส่งมาทาง รพ.ตรัง เพราะมัน 4 วันแล้ว ซึ่งอาการที่พ่อเป็นขณะนี้ตนยืนยันได้ว่ามีผลมาจากพิษของงู เพราะปกติพ่อเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานก่อสร้างได้ และไม่มีโรคประจำตัว ซึ่งตอนนี้พ่อมีอาการติดเชื้อรุนแรง ดื้อยา แต่เขาก็ปฏิเสธว่าเกิดจากอาการดื้อยา ส่วนเรื่องยาธาตุน้ำขาวเขาได้ปฏิเสธแต่ตนเห็นว่าที่ให้นั้นเป็นยาธาตุน้ำขาว เป็นน้ำสีขาว

ทาง รพ.ห้วยยอดก็บอกตนว่าจะรับผิดชอบ แต่ไม่ได้แจ้งมาว่ารับผิดชอบอย่างไร เพราะยังไม่รู้ทีว่าอาการพ่อหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร พิการหรือเสียชีวิต ต้องรอดูไปก่อน แต่เราก็ไม่ได้ตกลงอะไรที เขาชี้แจงมาว่าการเยียวยาแต่ละกรณีไม่เหมือนกัน ตอนนี้ตนก้อยากให้ทาง รพ. รักษาพ่ออย่างเต็มที่ วันนี้หมอบอกว่าอาการอย่างอื่นยังคงที่อยู่ อาการติดเชื้อก็ลดลงอยู่นิดหนึ่ง อาการดื้อยายังเหมือนเดิมตอนนี้คนนอกหมอไม่ให้เข้าไปเยี่ยม หมอแจ้งมาว่าตอนนี้ไตเริ่มจะวายแล้ว สมองตาย ตอนนี้ในใจก็หวังอยู่ถึงแม้จะพิการก็อยากให้พ่อกลับมา รู้สึกเสียใจมากและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา ตนก็ยังไม่เข้าใจที่ทาง รพ.ชี้แจง จะเป็นการกล่าวอ้างหรือป่าว ตนกับครอบครัวก็จะสู้ให้ถึงที่สุด ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พลังเพลิง’ เปิดรังเฉือน ‘สิงห์เจ้าท่า’ 1-0 คว้าชัย4 นัดติด รั้งอันดับ6ศึกไทยลีก
บทความถัดไป‘เสี่ยหนู’ บินตรวจเยี่ยม 2 รพ.จังหวัดเลย ติดตามไข้เลือดออก จนท.-อสม.ต้อนรับอบอุ่น