ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชนต่อการแถลงนโยบายรัฐบาล ระหว่างวันแรก และวันที่สอง จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 2,111 ตัวอย่าง พบว่า ประชาชนได้ประโยชน์จากการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่สองเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 27.2 ในวันแรกเป็นร้อยละ 55.8 ในวันที่สอง ส่วนที่ระบุไม่ได้ประโยชน์ลดลงจากร้อยละ 72.8 ในวันแรกเหลือร้อยละ 44.2 ในวันที่สอง ตามลำดับ
ผลโพล 5 อันดับ ดาวสภา คนรุ่นใหม่ ขวัญใจประชาชนในการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล พบว่า เป็นผู้อภิปรายของพรรคอนาคตใหม่ 3 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 16.3 อันดับที่ 2 นายปิยบุตร แสงกนกกุล ร้อยละ 13.1 อันดับที่สาม นางสาวพรรณิการ์ วานิช ร้อยละ 11.3 อันดับที่ 4 นายวัน อยู่บำรุง พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 5.3 และอันดับที่ 5 นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 2.9
ส่วนค่าเฉลี่ยความพึงพอใจของประชาชนต่อกลุ่มฝ่ายต่างๆ ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล จำแนกตามกลุ่มจุดยืนทางการเมือง ได้แก่ กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มพลังเงียบ พบว่า กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลพอใจรัฐบาลที่ 7.07 คะแนน มากกว่ากลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลมีอยู่ที่ 3.87 และมากกว่ากลุ่มพลังเงียบที่ 5.73 คะแนน
ขณะที่ค่าเฉลี่ยความพอใจต่อฝ่ายค้าน พบว่ากลุ่มผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาลพอใจฝ่ายค้านอยู่ที่ 8.46 คะแนน กลุ่มพลังเงียบที่ 6.71 คะแนนและกลุ่มสนับสนุนรัฐบาลแต่พอใจฝ่ายค้านอยู่ที่ 5.52 คะแนน นอกจากนี้ ความพอใจต่อประธานสภา พบว่า กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลพอใจสูงสุดต่อประธานสภา คือ 8.19 คะแนน กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลอยู่ที่ 5.53 คะแนน และกลุ่มที่เป็นพลังเงียบพอใจประธานสภา ที่ 6.28 คะแนน
ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า จากผลโพลครั้งนี้ในการอภิปรายแถลงนโยบายวันแรก อารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชนไม่โอเคกับบรรยากาศในการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา เพราะนักการเมืองบางคนมักจะเป็นพวกพิ๊กกี้ (Picky) คือ เลือกที่จะปั่นอารมณ์ และทำให้บางคนโกรธ จนกระทบต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักแต่วันที่สองเห็นได้ว่าประเทศไทย ยังมีนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ดีอภิปรายในสาระประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ และหาทางออกร่วมกันจนทำให้ประชาชนสบายใจขึ้น
“ในการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายที่ดีทุกคนควรพูดได้ทั้งประชาธิปไตยและรูปแบบอื่นๆ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่รูปแบบ แต่สิ่งสำคัญคือ คนในรัฐสภาสร้างความเกลียดชังต่อกันขัดขวางคนที่ไม่ใช่พวกเข้ามีส่วนร่วมแก้ปัญหาของประชาชน โดยลืมหลักสำคัญประการหนึ่งของประชาธิปไตยที่ดีคือ การลดความขัดแย้งในกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ผ่านรัฐสภา ไม่ใช่คนในรัฐสภาเป็นต้นตอของความขัดแย้งเสียเอง และคนบางกลุ่มตั้งกำแพงกั้นจนไม่สามารถเข้าทำงานร่วมกันได้ในวิถีประชาธิปไตยของไทย เพราะพวกเขาละเลยประวัติศาสตร์และความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ” ผศ.ดร.นพดลกล่าว


