ค้าภายในจี้’รพ.-บ.ยา’ส่งราคาซื้อขายยา หลัง31ก.ค.ปรับแน่วันละ2พัน

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากำหนดให้โรงพยาบาลเอกชน บริษัทผู้นำเข้าและจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ จัดส่งข้อมูลราคาซื้อและขายยาและเวชภัณฑ์มายังกรมการค้าภายใน ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ภายหลังออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) ที่กำหนดมาตรการกำกับดูแลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์บังคับให้จัดส่งข้อมูล นั้นว่า ขณะนี้มีโรงพยาบาลเอกชน 200 แห่งจาก 353 แห่งจัดส่งข้อมูลครบแล้ว ส่วนบริษัทผลิต นำเข้าและจำหน่ายยาได้จัดส่งข้อมูลแล้ว 140 ราย จาก 173 ราย ซึ่งเหลือเวลาที่จะครบกำหนดอีก 2 วัน คาดว่าจะจัดส่งข้อมูลเกือบครบทุกราย ซึ่งหากรายใดส่งข้อมูลไม่ได้ตามกำหนดจะถูกปรับวันละ 2,000 บาทจนกว่าจะดำเนินการจัดส่งข้อมูลได้ครบ

“เชื่อว่าโรงพยาบาลและบริษัทยาจะจัดส่งข้อมูลได้ทัน ซึ่งเขาได้รับรู้แล้วว่าวันสุดท้ายคือ 31 กรกฎาคม โดยแต่ละรายได้มีการลงทะเบียนทางอิเลคโทรนิกส์ไว้กับกรมแล้ว เพื่อได้ติดตามและส่งข้อมูลให้เอกชนได้รับรู้ โดยมีการเตือนผ่านระบบออนไลน์ไปยังเอกชนทุกรายเป็นการเตือนแล้ว “ นายประโยชน์ กล่าว

นายประโยชน์ กล่าวว่า หลังจากได้ข้อมูลแล้ว ก็จะนำมาพิจารณาเทียบเปรียบกับฐานข้อมูลที่กรมร่วมกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้ากระบวนการทำข้อมูลเพื่อลงในคิวอาร์โค้ด ให้เสร็จภายใน 15 วัน เพื่อที่โรงพยาบาลต้องนำข้อมูลราคายาที่กำหนดไปลงและการติดตั้งคิวอาร์โค้ด เพื่อให้ผู้ป่วยและประชาชนสามารถสแกน ตรวจสอบราคายาฉุกเฉินกรณีจำเป็น และค่าเวชภัณฑ์ ซึ่งทุกโรงพยาบาลจะติดตั้งภายในวันที่ 15 สิงหาคมนี้

พร้อมกันนี้ กรมได้มีการเตรียมพร้อมและทยอยหารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อขยายการดูแลเรื่องราคายาและค่ารักษาพยาบาลต่อไป เช่น หารือกับหน่วยงานเภสัชกรดูว่าจะตรวจสอบและแนะนำความพร้อมของร้านขายยาทั่วไป เพื่อรองรับผู้ป่วยที่นำใบสั่งยาของแพทย์โรงพยาบาลที่รักษาไปซื้อเองนอกโรงพยาบาล หรือ หารือสภาวิชาชีพ ดูเรื่องการกำหนดช่วงคิดค่ารักษาพยาบาลของแพทย์ หารือสมาคมประกันภัย ประกันวินาศภัย คณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เพื่อดูในเรื่องต้นทุนรายงานยาและเวชภันฑ์ทั้งระบบ ซึ่งจะมีการต่อยอดในการกำกับดูแลต่อไป

“เรื่องร้องเรียนค่ายาแพง ค่ารักษาแพง ก็ยังมีต่อเนื่อง แต่ยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริง ยังไม่มีถึงขั้นต้องส่งตำรวจดำเนินคดี ขณะเดียวกันแนวคิดโรงพยาบาลติดดาว เพื่อเป็นทางเลือกในการเข้ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยนั้น ก็มีหลายโรงพยาบาลแสดงความสนใจ ซึ่งยังไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำในขณะนี้ เพราะหากยาฉุกเฉินจำเป็นได้รับการดูแลจนประชาชนไม่ได้เดือดร้อน การเข้ารักษาในโรงพยาบาลก็จะไม่แตกต่างกันมากนักในเรื่องค่ายา” นายประโยชน์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สมเกียรติ’ ลัดฟ้าบุกแดนกระทิงดุ เตรียมสู้ศึก ‘โมโตทู’ ยันสลัดเจ็บพร้อมลงบิด ‘เช็ก กรังด์ปรีซ์’
บทความถัดไปส.ส.อนค.จันทบุรี เปิดเวทีประชาพิจารณ์ค้านตั้งรง.พลาสติกในสวนผลไม้