เปิดมาสเตอร์แพลนแสนล้าน ‘วัน แบงค็อก’ ปั้นไทยแลนด์มาร์กโลก ลุยลงทุนตามแผน-เจรจาหาแหล่งเงินทุน

นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการวัน แบงค็อก โครงการร่วมทุนระหว่างบริษัท ทีซีซีแอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เฟรเซอร์ พร็อพเพอร์ตี้โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด พื้นที่ 104 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4-ถนนวิทยุ มูลค่าลงทุน 1.2 แสนล้านบาท คาดพัฒนาแล้วเสร็จทั้งโครงการ ปี 2569 ว่าบริษัทเดินหน้าลงทุนตามแผนงานที่วางไว้ซึ่งเงินลงทุนยังเท่าเดิมอย่างที่เคยประกาศไว้ที่ 1.2 แสนล้านบาท โดยวงเงินจำนวนนี้บริษัทได้คำนวณเรื่องต้นทุนการก่อสร้างและต้นทุนแรงงานที่อาจจะเพิ่มขึ้นไว้หมดแล้วภายใต้วงเงินลงทุนนี้จะสามารถพัฒนาโครงการวันแบงค็อกได้อย่างสมบูรณ์เต็มรูปแบบ ทั้งนี้ การลงทุนของบริษัทเป็นการลงทุนระยะยาวการพัฒนาโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส มีสำนักงาน โรงแรม รีเทล ที่อยู่อาศัย เป็นการกระจายความเสี่ยงการลงทุนและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ซึ่งแหล่งเงินลงทุนของบริษัทจะมาจากเงินทุนของบริษัทเองสัดส่วน 40% และเงินกู้จากสถาบันการเงินอีก 60% อยู่ระหว่างการเจรจาและทยอยลงทุนตามความคืบหน้าโครงการ

วัน แบงค็อก ถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดและเงินลงทุนที่มากที่สุดในประเทศไทย สอดคล้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในประเทศไทยเพื่อผลักดันให้เป้าหมายด้านธุรกิจและการท่องเที่ยวซึ่งกรุงเทพฯมีศักยภาพการเติบโตระยะยาวจากการเป็นศูนย์กลางอาเซียนและอินโดจีน เมื่อแล้วเสร็จคาดว่าพลิกโฉมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯตอกย้ำกรุงเทพฯเป็นเมืองเป้าหมายระดับโลก คาดว่าจะดึงดูดทั้งภาคธุรกิจนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทย และเป็นพื้นที่ตอบโจทย์คนในประเทศทั้งการทำงานและใช้ชีวิตนายปณตกล่าว

นายปณตกล่าวว่า สำหรับมาสเตอร์แพลนของวัน แบงค็อกประกอบ 4 บริเวณ เชื่อมต่อถึงกัน ได้แก่ 1.บริเวณพื้นที่เช่าสำนักงานเกรดเอ 5 อาคารพื้นที่รวม 500,000 ตารางเมตร รองรับบุคลากรขององค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติได้มากกว่า 50,000 คน โดยจะมีอาคารซิกเนเจอร์ทาวเวอร์ สูง 430 เมตร ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในสิบตึกที่สูงที่สุดในอาเซียน สามารถชมวิวแบบพาโนราม่าสวยงามแบบไร้ขอบเขตจากยอดตึก 2.บริเวณพื้นที่รีเทล 4 โซน ที่มีความแตกต่างกันและเชื่อมต่อถึงกันพร้อมด้วยร้านค้าและร้านอาหารรวมกันกว่า 450 ร้าน บนพื้นที่ 180,000 ตารางเมตร 3.โรงแรม 5 แห่ง ทั้งหมดจะเป็นแบรนด์ใหม่สำหรับกรุงเทพฯครอบคลุมตั้งแต่ระดับบูทีคโฮเทลโรงแรมเพื่อธุรกิจไปจนถึงระดับซุปเปอร์ลักชัวรี่รวมกว่า 1,100 ห้อง โดยโรงแรมลักชัวรี่แห่งแรกคือโรงแรมเดอะริทซ์คาร์ลตันแบงค็อก จะเปิดให้บริการในปี 2566 ส่วนอีก 4 แห่ง ที่มีพาร์ตเนอร์เข้ามาร่วมพัฒนา และ 4.ที่พักอาศัยจะตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของโครงการเพื่อความสงบและความเป็นส่วนตัวของผู้พักอาศัยเปิดรับวิวทั้งจากฝั่งถนนวิทยุและฝั่งสวนลุมพินีโดยมีอาคารที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ทั้งหมด 3 อาคาร ที่พักอาศัยโครงการแรกจะตั้งอยู่เหนือโรงแรมเดอะริทซ์คาร์ลตันแบงค็อกมีประกอบด้วยห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราขนาด 2-4 ห้องนอน จำนวน 110 ห้อง พื้นที่เริ่มต้นที่ 130 ตารางเมตร พร้อมเปิดตัวช่วงต้นปี 2563 นอกจากนี้ มีพื้นที่สีเขียว 50 ไร่ เชื่อมต่อรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงินสถานีลุมพินิมีทางเข้าออกรอบโครงการ 6 จุด จากฝั่งถนนวิทยุพระราม 4 และอยู่ระหว่างการขออนุมัติทางเชื่อมโดยตรงกับทางด่วน

มาสเตอร์แพลน วัน แบงค็อก
บทความก่อนหน้านี้‘อธิบดี สถ.’ เปิดฝึกอบรมหลักคิดจิตอาสาให้บุคลากรท้องถิ่น
บทความถัดไปทางการลาวแจ้งเตรียมส่งตัว ‘นักธุรกิจเชียงแสน’ ให้ไทยพรุ่งนี้ แฉปมอุ้มจากหนี้น้ำตาล