แม่พระพรหมของลูก : โดย กฤษณา พันธุ์มวานิช

พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ไม่ต้องไปตามหาพระอรหันต์ที่ไหนหรอก เหลียวดูพ่อแม่ในบ้านบ้าง จงทำดีตั้งแต่วันนี้ อย่ายืนพูดกับพ่อแม่ อย่าบังอาจกับพ่อแม่ พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูก พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูก จะมีบ้างไหมที่ลูกก่อนออกจากบ้านกราบเท้าพ่อแม่ 3 หน หรือแม้กระทั่งยกมือไหว้เพื่อขอแสดงความเคารพต่อพ่อแม่บ้าง ลูกบางคนไม่รู้หรอกว่าวันเกิดของลูก คือ วันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดนั้น แม่อาจต้องเสียชีวิต การออกศึกสงครามเป็นการเสี่ยงชีวิตสำหรับคนเป็นพ่อฉันใด การคลอดลูกก็เป็นการเสี่ยงตาย สำหรับคนเป็นแม่ฉันนั้น

ฉะนั้น พ่อแม่ จึงได้นามที่ประเสริฐอีกอย่างว่า เป็นพระพรหมของลูก คือเป็นผู้มี เมตตา กรุณา มุทิตา ในลูกทุกโอกาส แม้ลูกจะดื้อด้านไม่เชื่อฟังพ่อแม่ จะประพฤติตัวเสียหายจนต้องถูกเขาฆ่าตาย พ่อแม่ก็ยังไม่เกลียดได้แต่วางอุเบกขา คิดว่าเป็นกรรมของลูกทำมาเพียงเท่านั้น

หน้าที่ของลูกในการตอบแทนคุณพ่อคุณแม่ นักปราชญ์ในสมัยโบราณ จึงพรรณนาคุณของพ่อแม่ไว้ว่า “หากจะเอาท้องฟ้ามาเป็นกระดาษ เอาเขาพระสุเมรุมาศมาเป็นปากกา เอาน้ำในมหาสมุทรมาเป็นน้ำหมึก จดจารึกพรรณนาคุณพ่อแม่ไปจนกว่าจักสิ้นกระดาษและน้ำหมึก ก็ไม่สามารถจะพรรณนาคุณพ่อแม่ไว้ได้ครบถ้วน” พ่อแม่เลี้ยงเรามาแล้ว ต้องเลี้ยงท่านตอบ ข้อนี้หมายความว่า พ่อแม่ได้เลี้ยงเรามาแล้วเป็นอย่างดี ครั้นเมื่อท่านแก่เฒ่าลง ลูกจึงต้องพยายามเลี้ยงดูท่านเป็นอย่างดี ให้เหมือนกับที่ท่านได้อุตส่าห์เลี้ยงเรามาด้วยความลำบากยากเข็ญดังกล่าวแล้ว

วิธีเลี้ยงพ่อแม่นั้นมี 2 อย่าง คือ เลี้ยงร่างกายหนึ่ง เลี้ยงน้ำใจหนึ่ง

เลี้ยงร่างกาย นั้นได้แก่ พยายามจัดข้าวปลา อาหาร ขนม และลูกไม้อย่างดีๆ แปลกๆ ใหม่ๆ มาบำรุงท่าน ไม่ให้บกพร่องตลอดทุกๆ มื้อ เมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร หาเครื่องนุ่งห่มที่ดี เหมาะสมแก่ท่านมาให้ตกแต่งตามสมควร จัดทำที่อยู่อาศัยให้ท่านได้พักผ่อนอย่างผาสุก ยามท่านป่วยไข้ ก็รีบจัดหาหมอมารักษาพยาบาลและตนเองก็พยายามเฝ้าคอยดูแลท่าน ไม่ทอดทิ้งให้ท่านว้าเหว่ ต้องร้องเรียกท่านด้วยเสียงอันดัง เพราะท่านกำลังป่วยไข้ เวลาท่านอาเจียนหรือขี้รดเยี่ยวราดก็ต้องพยายามจัดล้างจัดซัก หรือเปลี่ยนผ้าใหม่ให้ท่านด้วยมือของตนเองโดยความเต็มใจ ให้เหมือนกับที่ท่านได้ทำให้เราเมื่อเล็กๆ

ฉะนั้น ในการบำรุงเลี้ยงร่างกายนี้ บางคนพ่อแม่มีฐานะดีสมบูรณ์ไม่เดือดร้อนอะไร เราจะคิดว่าไม่จำเป็นก็ไม่ถูก เมื่อถึงฤดูมีผลไม้อะไรใหม่ๆ และแปลกๆ เช่น เงาะหรือทุเรียน เป็นต้น ก็ควรจะจัดหาไปให้ท่านบ้าง แม้สักเล็กน้อยก็ยังดี ถึงว่าของนั้นท่านจะหาซื้อเองได้ แต่ท่านย่อมจะมีความรู้สึกว่าของที่ท่านได้รับจากลูกนั้น ท่านได้กินทั้งผลไม้และน้ำใจที่ได้รับจากลูกด้วย บางคราวด้วยความรักลูก ยังอุตส่าห์แบ่งเอาทำบุญกับพระที่วัดใกล้ๆ และยังคุยให้ท่านฟังด้วยว่า ของนี้ลูกเขาฝากมาให้

รู้สึกว่ามันทำให้ท่านเกิดความอิ่มอกอิ่มใจมิใช่น้อย

ส่วนการ เลี้ยงน้ำใจนั้น จงได้พยายามทำทุกอย่างไม่ให้ขัดเคืองใจพ่อแม่ เมื่อท่านมีความประสงค์จะเอาอะไร หรือจะให้เราทำอะไรแล้ว จงพยายามทำตามที่ท่านต้องการด้วยความเต็มใจ แม้สิ่งนั้นจะไม่ถูกกับความประสงค์ก็ดี หรือเป็นของไม่ควรทำ แต่ไม่ถึงกับเสียหายก็ดี ก็ขอให้พยายามทำตามเถิด อย่าขัดขืนให้ท่านไม่สบายใจเลย จงคอยสังเกตดูว่าสิ่งใดท่านชอบทำสิ่งใดท่านชอบรับประทาน แม้ท่านไม่ได้บอกขอร้องเรา ก็จงพยายามจัดทำหรือจัดหามาสนองท่าน หากทำได้ดังนี้ ท่านจะปลื้มใจมาก เพราะดีใจว่าลูกรู้จักน้ำใจท่าน ถ้าบางครั้งไม่สามารถจะทำตามความประสงค์ของท่านได้แล้ว ก็อย่าเพิ่งออกปากหรือคัดค้าน จงเฉยๆ ไว้ก่อน แล้วหาอุบายพูดให้ท่านเข้าใจเองว่า สิ่งนั้นเป็นของผิดหรือเหลือวิสัยที่จะทำได้ อย่างนี้จัดว่าพยายามเลี้ยงน้ำใจของพ่อแม่

การทำบุญอุทิศให้ท่าน เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่าน คือ เมื่อท่านต้องตายทำลายขันธ์ไปตามธรรมดาของสังขารแล้ว ลูกก็ไม่ควรแต่จะเศร้าโศกเสียใจร้องไห้รำพัน จนไม่มีจิตใจจะทำฌาปนกิจศพของท่านอย่างไร ควรจะระงับความทุกข์ใจเพราะเหตุนี้เสีย แล้วกลับมาพิจารณาให้เห็นความเป็นจริงว่า พ่อแม่เราต้องตายไปตามธรรมดาของคนทุกคน ที่เกิดมาแล้วก็ต้องตายทั้งสิ้น ปู่ย่าของเรา ทวดของเรา ท่านก็ตายไปแล้วเช่นเดียวกัน และท่านเหล่านั้นก็หาเอาอะไรไปได้สักนิดหนึ่งไม่ แม้สิ่งใดที่ท่านรักดังดวงใจ ท่านก็เอาไปไม่ได้เลย แม้ถึงตัวเราเองก็เช่นเดียวกัน ในไม่ช้าก็ต้องตายไปอีกเช่นเดียวกับท่าน หน้าที่ของเราก็คือ ต้องทำบุญกุศล อุทิศผลบุญนั้นๆ ไปให้แก่ท่านเท่านั้น เพราะจะทำอย่างอื่นนั้นก็ไม่ถูกไม่ควร

ด้วยว่าท่านไม่มีชีวิตเสียแล้ว จะบำรุงกายบำรุงใจอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะนักปราชญ์กล่าวไว้ว่า … บุญกุศลที่เราอุทิศไปให้เท่านั้นหากท่านได้มีโอกาสรับอนุโมทนา ก็จะสำเร็จประโยชน์เป็นความสุขความเจริญแก่ท่านได้ และเราก็ควรทำแต่สิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศลจริงๆ ไม่ควรทำบาปเลยในการทำฌาปนกิจหรือทำบุญอุทิศให้พ่อแม่นี้ เช่น จะฆ่าเอง หรือสั่งให้คนอื่นฆ่า เอาเนื้อสัตว์มาทำบุญก็ไม่ควร หรือจะมีมหรสพให้สนุกสนาน ก็ไม่เหมาะ เพราะไม่ใช่เรื่องบุญกุศล ควรทำแต่เรื่องบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ฟังธรรมเทศนา ตามสมควรแก่กาลเวลาเท่านั้น บุญกุศลที่จะอุทิศไปให้แก่พ่อแม่จะได้เป็นบุญที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่ให้มีบาปอันใดมาเจือปน ซึ่งจะเป็นเวรกรรมต่อไปอีก เพราะมาปรารภการทำบุญให้พ่อแม่เป็นเหตุ การอุทิศก็ต้องตั้งใจอุทิศด้วยน้ำใจอันสงบ และใสสะอาดจริงๆ ไม่ใช่ทำด้วยความรีบร้อน หรือสักแต่ว่ารินน้ำตรวจจนจบพระยถา …

พอเป็นพิธีเท่านั้น

หน้าที่ของลูกนี้เมื่อกล่าวโดยย่อ มีอยู่ 7 ข้อ คือ

⦁ พ่อแม่ได้เลี้ยงเรามาแล้ว ก็เลี้ยงท่านตอบ หมั่นเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของท่าน ท่านเจ็บป่วยก็พยายามดูแลรักษาท่าน

⦁ ช่วยทำกิจการงานของพ่อแม่ ทำงานที่ท่านได้มอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย

⦁ ดำรงวงศ์ตระกูลของพ่อแม่ คือประพฤติ ปฏิบัติ พยายามดูแลรักษาวงศ์สกุลให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป

⦁ ประพฤติตนให้เป็นคนสมควรรับทรัพย์ มรดกของพ่อแม่ คือประพฤติตนให้เป็นคนดี ละเว้นความชั่ว ประพฤติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ ให้เป็นที่รัก และไว้วางใจจากท่าน

⦁ เมื่อพ่อแม่ล่วงลับไปแล้ว ก็ทำบุญอุทิศให้ท่าน ข้อนี้ถือว่าเป็นหน้าที่ของบุตรที่จะต้องอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน อันเป็นส่วนหนึ่งแห่งความกตัญญูกตเวที คือ การรู้พระคุณท่านและการรู้จักปฏิภาระคือ ตอบแทนต่อผู้มีพระคุณ

⦁ มั่นอยู่ในกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ การรู้สึกสำนึกในบุญคุณ ด้วยการแสดงความเคารพ นับถือ เชื่อฟัง และช่วยเหลือในกิจการงานต่างๆ คนที่มีความกตัญญูมีความสุข มีความเจริญ และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและการงาน

⦁ เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพ่อแม่ในทางที่ถูกต้องโดยเคร่งครัด

ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นว่าพ่อแม่ เป็นพระพรหมของลูก เป็นบุรพเทพของลูก เป็นบุรพาจารย์ของลูก เป็นอาหุไนยบุคคลของลูก เป็นอรหันต์ของลูก ลูกผู้ใดได้กราบไหว้พ่อแม่ลูกคนนั้นชื่อว่าได้กราบไหว้พระพรหม ชื่อว่าได้กราบไหว้เทวดา ชื่อว่าได้กราบไหว้อาจารย์ ชื่อว่าได้กราบไหว้พระอรหันต์ ย่อมได้บุญกุศลมาก เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

ขอเชิญชวนให้ลูกทุกคนจงกราบไหว้พ่อแม่ บำรุงเลี้ยงพ่อแม่ ปรนนิบัติพ่อแม่ ทำบุญกับพ่อแม่ เพราะพ่อแม่เป็นทั้งพระพรหม เป็นทั้งอาจารย์ เป็นทั้งพระอรหันต์ของลูก ย่อมได้ผลานิสงส์มากอย่างมหาศาล สำหรับผู้ที่ปฏิบัติอยู่แล้วก็ขอให้ปฏิบัติต่อไป และบุญกุศลที่ท่านปฏิบัติกับพ่อแม่จะส่งผลทำให้ชีวิตท่านเจริญรุ่งเรืองสืบไป

กฤษณา พันธุ์มวานิช

บทความก่อนหน้านี้การดมยาสลบในสัตว์เลี้ยง ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า โดย รศ.นสพ.ดร.นริศ เต็งชัยศรี
บทความถัดไปกปภ. อบรมให้ความรู้ “ช่างประปาสร้างอาชีพ” มอบชีวิตใหม่ให้ผู้ต้องขัง หวังคืนคนดี สู่สังคม