‘คูโบต้า’ รุ่นใหม่ ‘ไร้คนขับ’ มาแล้ว

นายฮิโรโตะ คิมุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และ คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือไจก้า (JICA) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) จัดสาธิตประสิทธิภาพการทำงานของ คูโบต้า อะกริ โรโบ แทรกเตอร์ (KUBOTA Agri Robo Tractor) รุ่น SL60A แทรกเตอร์อัจฉริยะ ขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบไร้คนขับ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพความแม่นยำขั้นสูงของระบบเครือข่ายเสารับสัญญาณมาตรฐาน (Base Station) โดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียมนำทาง GNSS จากญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาคการเกษตรของไทย ณ คูโบต้า ฟาร์ม จังหวัดชลบุรี เป็นการต่อยอดความสำเร็จในความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นในการทดสอบใช้เครื่องปลูกมันสำปะหลังโดยใช้เทคโนโลยี ออโต สเตียริ่ง (Auto Steering) ตั้งแต่ปี 2560 คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้บริหารจัดการฟาร์ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำเกษตรแม่นยำ พรีซิชั่น ฟาร์มมิ่ง (Precision Farming) ในยุคเกษตร 4.0

แทรกเตอร์อัจฉริยะ ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบไร้คนขับรุ่น SL60A ถูกพัฒนาขึ้นโดย คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ในเครือคูโบต้ากรุ๊ป เป็นแทรกเตอร์ขนาด 60 แรงม้า ไร้คนขับรุ่นแรกของโลก วางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2560 ที่ญี่ปุ่น ทำงานแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Auto self-driving) ให้เลือกทั้งโหมดอัตโนมัติ (Auto Mode) เดินหน้า ถอยหลัง หยุด และเลี้ยวได้แบบอัตโนมัติ และโหมดเดินหน้า (Linear Mode) เฉพาะเดินหน้าแบบอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถสับเปลี่ยนการทำงานระหว่าง 2 โหมดได้ตามลักษณะงานที่ทำ

ระบบการทำงานเก็บหัวงานแปลงนาแบบอัตโนมัติ เหลือระยะเว้นห่างขอบคันนาเพียง 4.4 เมตร รวมทั้งระบบขับเคลื่อนไปยังจุดเริ่มต้นการทำงานแบบอัตโนมัติ (Auto Start Standby) และขับไปยังจุดเริ่มต้นเมื่อเสร็จงาน (Auto Return Starting Position) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ใช้งานง่ายขึ้น มาพร้อมกับระบบสนับสนุนการทำเกษตรของคูโบต้า (KUBOTA Smart Agri System – KSAS) ใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร ร่วมกับระบบสารสนเทศ (ICT) ในการบริหารจัดการในทุกขั้นตอน สามารถควบคุมการทำงานระบบนำทางความแม่นยำสูง และตั้งค่าการทำงานผ่านแท็บเล็ตหน้าจอ 10 นิ้วที่ทันสมัย จะแสดงข้อมูลบนหน้าจอเป็นสัญลักษณ์และคำอธิบาย เช่น การตั้งขอบเขตพื้นที่ทำงาน การกำหนดเส้นทาง และการติดตามดูแทรกเตอร์ในระหว่างทำงาน สามารถควบคุมแทรกเตอร์จากแท็บเล็ตได้ง่าย

สามารถใช้แทรกเตอร์ไร้คนขับ 1 คัน และแทรกเตอร์ที่มีคนขับ 1 คัน ทำงานคู่กันไป พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ด้วยเซ็นเซอร์สัญญาณไฟความปลอดภัยรอบคัน มีฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้คนหรือสิ่งกีดขวาง ตลอดจนสั่งหยุดการทำงานฉุกเฉินได้จากแท็บเล็ตที่ใช้ควบคุม

คูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ยังได้พัฒนาระบบ ออโต้ เซฟ-ไดรฟ์ (Auto self-driving) ในรถเกี่ยวนวดข้าว และรถดำนาอัจฉริยะขับเคลื่อนอัตโนมัติ วางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2561 เพื่อรองรับแนวโน้มการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรกรรม จากปัญหาอายุเฉลี่ยของเกษตรกรญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการขยายขนาดพื้นที่เพาะปลูกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ในอนาคตคูโบต้ามีแผนพัฒนาระบบอัตโนมัติ แบบไร้คนขับร่วมกับเทคโนโลยีเครื่องจักรกลอื่นของคูโบต้าแบบครบวงจร

“จากความร่วมมือขององค์กรภาครัฐของไทย และญี่ปุ่น ในการพัฒนาระบบดาวเทียมนำทางเพื่อประโยชน์ทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง สยามคูโบต้ามีศักยภาพพร้อมเป็นฐานการวิจัยและพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร ด้วยงบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท ก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาคูโบต้าเอเชีย (KUBOTA Research & Development ASIA -KRDA) ตั้งแต่ปี 2559 รองรับการส่งออกการเกษตรในกลุ่มอาเซียนเติบโตเพิ่มขึ้น สอดรับกับทิศทางการใช้เครื่องจักรทดแทนแรงงานคน” นายฮิโรโตะ คิมุระกล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘ธนาธร’ ย้ำ รัฐรวมศูนย์ ทำประเทศไม่พัฒนา ลั่น ต้องแก้รัฐธรรมนูญ เปิดทางกระจายอำนาจ
บทความถัดไปเหตุเกิดจากเลขทะเบียน ที่ ‘จ๊ะ’ ต้องรีบแจง รถป้ายแดงไม่ใช่ของหนู