หมอแถลงข่าวทั้งน้ำตา อำลา มาเรียม ผูกพันเหมือนลูกหลานตัวเอง

หมอแถลงข่าวทั้งน้ำตา อำลา มาเรียม ผูกพันเหมือนลูกหลานตัวเอง

เวลา 15.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี ทส. นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัด ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) รศ.สัตวแพทย์หญิง (สพญ.) นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมแถลงข่าวกรณีมาเรียมตาย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสร้อย

นายวราวุธกล่าวว่า ตามที่ ทส. เป็นหน่วยงานที่ดูแล รักษา ลูกพะยูนมาเรียมที่พลัดหลงจากแม่และว่ายน้ำตามเรือเข้ามาในเขตจังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่จึงพยายามผลักดันให้พะยูนมาเรียมกลับสู่ทะเล เพราะมาเรียมยังไม่หย่านม เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามถึงสามครั้ง แต่ลูกพะยูนมาเรียมยังว่ายวนเวียนในจุดเดิม เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจหาที่อยู่ที่เหมาะสม เป็นแหล่งที่มีหญ้าทะเล มีกลุ่มพะยูนอาศัยอยู่มาก และชุมชนในพื้นที่ต้องมีความพร้อมที่จะช่วยดูแล จึงนำตัวมาดูแลเพื่ออนุบาลสภาพแบบธรรมชาติ บริเวณจุดชมพะยูน ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง กระทั่งพบว่าเกาะลิบง มีความพร้อมทุกด้าน ภายใต้การดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ทีมสัตวแพทย์ ทีมพิทักษ์ดุหยง ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และจิตอาสา แม้ว่ามาเรียมจะกินหญ้าทะเลได้ แต่ด้วยวัยของมัน นมยังเป็นอาหารหลัก เจ้าหน้าที่จึงต้องป้อนนมจนกว่ามาเรียมแข็งแรงพอที่จะกินหญ้าทะเลอย่างเดียว มาเรียมจึงถือเป็นพะยูนตัวแรกของไทยและของโลกที่มนุษย์ให้นมในสภาวะธรรมชาติ การดูแลมาเรียมเป็นงานที่เหนื่อยและยากลำบาก ต้องใช้องค์ความรู้งานวิชาการหลายด้าน แต่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านก็ได้พยายามดูแลมาเรียมตลอดมาอย่างเต็มที่ด้วยความรู้สึกผูกพันกับมาเรียมเหมือนลูกหลานของตัวเอง

นายวราวุธกล่าวต่อว่า กระทั่งวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับการรายงานจากทีมสัตว์แพทย์หลังจากที่มาเรียมออกไปท่องทะเลกว้าง เจอพะยูนโตเต็มวัยไล่คุกคาม จนหนีกลับเข้าอ่าวและมีภาวะเครียด แม้จะกินสารอาหารวิตามินและน้ำหญ้าปั่นแทน แต่มาเรียมยังไม่ค่อยดื่มนม จึงมีอาการอ่อนเพลียให้เห็น ไม่ร่าเริง ไม่ค่อยว่ายน้ำ อัตราการเต้นของหัวใจเร็วกว่าปกติเนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด ต่อมาวันที่ 11 สิงหาคม เจ้าหน้าที่มีการประชุมกันและตัดสินใจเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง เพราะพบยังมีอาการน่าเป็นห่วง จนวันที่ 15 สิงหาคม ทีมสัตวแพทย์ได้ย้ายมาเรียมไปดูแลในบ่อชั่วคราว และเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 00.09 น. มาเรียมได้จากไปอย่างสงบ เกิดจากการช็อก นอกจากนี้ ยังพบเศษพลาสติกเล็กๆ หลายชิ้นขวางลำไส้ จนมีอาการอุดตันบางส่วนและอักเสบ ทำให้มีแก๊สสะสมอยู่เต็มทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดเป็นหนอง

ด้าน รศ.สพญ.นันทริกา กล่าวว่า เมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2562 มาเรียม มีอาการลอยนิ่ง จากนั้นทีมสัตวแพทย์ตรวจไม่พบชีพจร และการตอบสนอง ทั้งมาเรียมยังไม่สามารถทรงตัวในน้ำได้ จึงรีบทำการกู้ชีพและกระตุ้นการหายใจ โดยกระทำเหนือน้ำ จนเริ่มตรวจพบการตอบสนอง โดยสามารถกะพริบตา และตอบสนองต่อการสัมผัสได้ จึงนำมาเรียมลงประคองในน้ำ แต่สัญญาณชีพได้หายไปอีกครั้งเวลา 23.45 น. จึงต้องนำขึ้นจากน้ำอีกครั้งเพื่อทำการกู้ชีพ ด้วยยากระตุ้นหัวใจ ยากระตุ้นการหายใจ การใช้สารน้ำ แต่เนื่องจากไม่สามารถกู้ชีพกลับมาได้ จึงตัดสินว่ามาเรียมตายที่เวลา 00.09 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพูดจบ สพญ.นันทริกา ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหว ต้องขอตัวออกมาจากห้องแถลงข่าวชั่วคราว ก่อนจะกลับเข้าไปใหม่

นายวราวุธกล่าวว่า สำหรับผลการชันสูตรซากพะยูนมาเรียม ได้ทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย โดยสภาพภายนอก พบรอยขูดขีดทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณแพนหาง โดยตำแหน่งใกล้เคียงกันพบจ้ำเลือด ขนาด 2-3 เซนติเมตร ซึ่งสอดคล้องกับผลเลือด ที่พบสภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้เกิดจุดเลือดออกได้ง่าย ภายในช่องปาก พบแผลในปากจำนวนหนึ่ง ส่วนของอวัยวะภายในพบว่ากล้ามเนื้อมีสีซีดกว่าปกติมาก เนื่องจากมาเรียมมีการใช้พลังงานต่อวันเท่าเดิมในทุกวัน แต่ไม่สามารถรับอาหารได้ จึงมีการย่อยสลายส่วนของกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน รวมทั้งภาวะทุพโภชนาการ ทำให้เกิดภาวะเลือดจาง โปรตีนในเลือดต่ำ และการติดเชื้อในช่องอกและทางเดินหายใจ ปอดมีสีซีดและเกิดการโป่งพอง เกิดก้อนหนองแทรกตามเนื้อปอด โดยเฉพาะปอดข้างซ้าย พบรอยช้ำของกล้ามเนื้อที่บริเวณช่องท้องและผนังช่องท้องด้านใน คาดว่าเกิดจากการกระแทกของพะยูนตัวผู้ ตับมีสีเหลืองเนื่องจากการไม่รับอาหารมาเป็นเวลานาน มีจุดเนื้อตายและหนองบนตับ หัวใจพบเลือดเล็กน้อย และบีบตัวแข็งจากการเกิดสภาวะช็อก และส่วนของระบบทางเดินอาหารและมีการสะสมของแก๊สจำนวนมากตามทางเดินอาหาร ซึ่งคาดว่ามาจากการที่กระเพาะอาหารมีการเคลื่อนตัวและบีบตัวลดลง ตลอดลำไส้เล็กอักเสบพบจุดเนื้อตายสีขาว และพบมีการหนาตัวและมีเนื้อตายเคลือบด้านในของผนังลำไส้และพบขยะประเภทเศษถุงพลาสติกจำนวน 8 ชิ้น อัดแน่นกันอยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทั้งนี้ เนื่องจากมาเรียมมีสภาวะขาดน้ำที่รุนแรง ทำให้ส่งผลต่อการบีบตัวของทางเดินอาหารลดลงหรือไม่เคลื่อนที่ ทำให้เกิดการสะสมของแก๊สในทางเดินอาหาร ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก ทำให้เกิดสภาวะช็อกเนื่องจากความเจ็บปวด และเสียชีวิตลงทันที

รัฐมนตรี ทส. กล่าวว่า ในนาม ทส.ขอกราบพระบาท สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยพะยูนซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก และทรงรับไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และทรงพระราชทานกำลังใจให้กับทีมงานที่ดูแลพะยูนตลอดมา อีกทั้งต้องขอขอบคุณทีมสัตวแพทย์ กองทัพเรือ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ทีมพิทักษ์ดุหยง อาสาสมัคร และผู้นำท้องถิ่น ที่ร่วมมือกันดูแล อนุบาล และฟื้นฟูน้องมาเรียมอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่แรกพบจนถึงมาเรียมได้จากเราไปอย่างสงบ ซึ่ง ทส.จะได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำซากมาเรียมมาสตั๊ฟเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาเรียนรู้และการอนุรักษ์ต่อไป

“พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแล ปกป้อง และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน ชาวประมงในพื้นที่ เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งรัดการดำเนินการตามแผนการลดปริมาณขยะทะเล และจะจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนของประเทศไทย รวมทั้งถอดบทเรียนเพื่อให้เป็น ‘มาเรียมโปรเจ็กต์’ ใช้เป็นประโยชน์ในการดูแลพะยูน เพื่อนำไปเป็นแนวทางสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประชุมพะยูนโลกที่จะจัดในปีหน้าต่อไป”

บทความก่อนหน้านี้‘เทวัญ’ ลงพื้นที่ติดตามภัยแล้งโคราช พบ 6 อ่างเก็บน้ำเหลือน้ำ 0% เตรียมเสนอ ‘บิ๊กตู่’ เร่งช่วย(คลิป)
บทความถัดไปผจก.กรุงเทพคริสเตียน จี้เปลี่ยน ‘ปธ.-2 กก.’ สอบสวน อ้างมีส่วนได้เสีย จี้ยุติ ‘คำสั่งพักงาน 30 วัน’