บทนำ : บทเรียน‘มาเรียม’

คณะสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ผ่าพิสูจน์ซากของ “มาเรียม” พะยูนกำพร้า ที่ล้มป่วยก่อนจะเกิดอาการช็อกจนตายไป พบว่าในลำไส้เต็มไปด้วยขยะพลาสติก นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์สภาพแวดล้อมทางทะเลของประเทศไทยว่าเต็มไปด้วยขยะ และเศษวัสดุต่างๆ จนเกิดผลกระทบต่อสัตว์น้ำมาอย่างต่อเนื่อง

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการผลักดันโครงการมาเรียมโปรเจ็กต์ เพื่อให้เกิดการกระทำที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เรื่องรณรงค์การทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง รวมไปถึงการลด ละ เลิก การใช้พลาสติกที่รณรงค์กันมาระยะหนึ่งแล้ว ตอนนี้ด้วยกระแสของมาเรียมหวังว่าจะยิ่งช่วยให้เกิดความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

น.ส.กัญจนากล่าวว่า มาเรียมอายุได้เพียงไม่กี่เดือนก็ยังพบเศษพลาสติกในท้อง แล้วสัตว์อื่นๆ ไม่ว่าจะในทะเลหรือบนบกที่มีอายุยาวนานก็คงจะบริโภคขยะที่ทิ้งไปจากมนุษย์มากน้อยเพียงใด เช่น เต่าทะเล ที่มีอายุยืนยาวแล้วมาเกยตื้น เมื่อผ่าออกมาก็พบแต่ขยะพลาสติก หรือแม้แต่วาฬและโลมา ล้วนแต่ตายเพราะฝีมือมนุษย์มาแล้ว ดังนั้นถึงเวลาที่จะต้องรณรงค์กันอย่างจริงจังเสียที เพราะการรณรงค์เหล่านี้ใครคนใดคนหนึ่งคงทำไม่ได้ แต่ต้องเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ประชาชน ภาครัฐ เอกชน ทุกองค์กร ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกัน

ก่อนหน้านี้มีกระแสตื่นตัวอยู่พอสมควรในเรื่องการเลิกใช้ถุงพลาสติก ฉะนั้นรัฐน่าจะเริ่มเน้นหนักให้มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งในสมัยของนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เริ่มต้นไว้พอสมควร เช่น การจัดปิ่นโตเป็นภาชนะใส่อาหารเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก ดังนั้นนอกจากกระทรวงทรัพยากรแล้ว กระทรวงและหน่วยงานอื่นน่าจะต้องเข้ามาร่วมมือกัน เพื่อมิให้มีสัตว์ทะเลต้องตายเพราะขยะอีก อันหมายถึงสภาพวิกฤตของสิ่งแวดล้อม และเป็นเครื่องชี้วัดความเอาใจใส่ของรัฐต่อทรัพยากรธรรมชาติ

บทความก่อนหน้านี้เหยี่ยวถลาลม : อานุภาพ‘วาทกรรม’
บทความถัดไปการแบ่งขั้ว-เลือกข้าง กับการถอยกลับของประชาธิปไตย โดย พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์