ชป.แจงสร้างอ่างเก็บน้ำคลองทรายขาว ตรังได้มาตรฐาน แก้ปัญหาน้ำเสียแบบเร่งด่วน

กรมชลประทานแจงประเด็นการร้องเรียนคุณภาพน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองทรายขาว จ.ตรัง ไม่สามารถนำมาใช้เพื่ออุปโภค-บริโภค เพื่อการเกษตรและเพื่อเลี้ยงสัตว์ได้ เนื่องจากมีสีแดงเป็นคราบน้ำมันและมีกลิ่นเหม็น ไม่สามารถใช้น้ำได้หลังจากสร้างเสร็จนั้น

นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า กรมชลประทานส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำแล้ว เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2562 โดยได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำ 4 จุด ตามระดับความลึก ได้แก่ 1.ระดับผิวน้ำ 2.ลึก 1 เมตรจากผิวน้ำ 3.ลึก 1.5 เมตรจากผิวน้ำ 4.น้ำที่ระบายจากท้องน้ำเข้าท่อส่งน้ำ โดยทดสอบคุณภาพน้ำเทียบกับมาตรฐานคุณภาพน้ำ 2 มาตรฐาน โดยเมื่อนำน้ำมาเทียบกับมาตรฐานน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาขององค์การอนามัยโลก พบว่าคุณภาพน้ำทั้ง 4 ตัวอย่าง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปาขององค์การอนามัยโลก

ทั้งนี้ เมื่อนำไปเทียบกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำบริโภค คือน้ำที่ใช้บริโภคทั่วไป และน้ำที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด พบว่าคุณภาพน้ำจุดที่ 1 จุดที่ 2 และจุดที่ 3 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำบริโภค ยกเว้นตัวอย่างน้ำจุดที่ 4 ที่ค่าความขุ่น เหล็กและแมงกานีส ไม่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ซึ่งคาดว่าสาเหตุมาจากสารละลายต่างๆ เจือปนอยู่ในดิน และสารละลายต่างๆ นั้นมีค่าความหนาแน่นสูงกว่าน้ำ ทำให้จมลงไปอยู่บริเวณก้นอ่างเก็บน้ำและส่งผลให้มีค่าความขุ่นของน้ำสูง ซึ่งเป็นลักษณะส่วนใหญ่ของอ่างเก็บน้ำในช่วงปีแรก ประกอบกับช่วงที่ผ่านมากองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางระบายน้ำออกทางท่อระบายน้ำเดิม (River Outlet) ยังไม่มากพอ เนื่องจากยังไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาประจำอาคาร ทำให้น้ำเสียเหล่านี้ระบายออกไม่หมด ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้น้ำเป็นสีแดงและส่งกลิ่นเหม็น

ส่วนกรณีการตั้งข้อสงสัยถึงการก่อสร้างอ่างว่าไม่ได้มาตรฐานนั้น นายประพิศชี้แจงว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองทรายขาวเป็นงานจ้างเหมาควบคุมงานก่อสร้างโดยบุคลากรของกรม ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเป็นอย่างดี อีกทั้งในกระบวนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำจะมีข้อกำหนดและการตรวจสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ก่อสร้างรวมไปถึงผลงานก่อสร้าง เพื่อให้อ่างเก็บน้ำมีความมั่นคงแข็งแรงถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และเป็นไปตามแบบรูปที่กำหนด สามารถยืนยันได้ว่าการก่อสร้างได้มาตรฐาน

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาเมื่อมีการระบายน้ำออกมาทางท่อระบายน้ำเดิม (River Outlet) น้ำเสียเหล่านั้นก็จะออกมาก่อน จึงไม่ควรนำน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค หรือเพื่อการเกษตร หากการระบายน้ำเสียหมดไปก็จะสามารถใช้น้ำได้ตามปกติ ซึ่งขณะนี้กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยการทยอยระบายน้ำเสียให้หมดไป โดยคำนึงถึงปริมาณน้ำที่มีคุณภาพดีให้มีเพียงพอสำหรับใช้ในฤดูแล้งอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้แต่อย่างใด โดยกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน จะดำเนินการทดสอบคุณภาพน้ำอีกครั้งหลังระบายน้ำเสียออกแล้ว และจะรายงานผลการทดสอบให้ทราบอีกครั้ง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่วางใจว่ากรมชลประทานจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้สามารถใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองทรายขาวให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ตื่น ปลุกคนไทย ลดใช้พลาสติก สาเหตุ ‘พะยูนมาเรียม’ ตาย
บทความถัดไปนายกฯขอเสนอสื่อนำเสนอเฉพาะสิ่งดีๆ อย่ามุ่งแค่ประเด็นการเมือง