“สนธิรัตน์”เอาใจทุกกลุ่มดึงคปพ. – อีอาร์ซีนั่งที่ปรึกษา ตัดตอนต้านกระทรวงพลังงาน(ชมคลิป)

“สนธิรัตน์”เอาใจทุกกลุ่มดึงคปพ. – อีอาร์ซีนั่งที่ปรึกษา ทำแผนพลังงานลงลึกฐานราก พร้อมชงกพช.ไฟเขียวพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชน ขณะที่แผนนำเข้าแอลเอ็นจีรู้ผลส.ค.นี้ ย้ำต้องไม่กระทบค่าไฟ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับแกนนำเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.) นำโดยน.ส.รสนา โตสิตระกูล นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ว่า มีจุดยืนชัดเจนต้อนรับทุกกลุ่มที่จะมาเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ครั้งนี้มีประเด็นใหม่ที่น่าสนใจและเห็นตรงกันในด้านการผลักดันเรื่องพลังงานทดแทนในการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนฐานราก ดังนั้นกระทรวงพลังงาน จึงเตรียมตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนร่วมทำงานทั้งกลุ่มคปพ. และกลุ่มทางกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน นำโดยนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ที่ได้มาเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ก่อนหน้านี้

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การหารือกับคปพ.มีหลายเรื่องที่รับพิจารณา ทั้งโครงสร้างราคาน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซหุงต้ม ข้อห่วงใยการเจรจาพัฒนาปิโตรเลียมในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา โดยคปพ.ขอให้พิจารณาให้ละเอียด แต่เห็นตรงกันว่าหากสามารถพัฒนาพื้นที่และใช้ประโยชน์ร่วมกัน 2 ประเทศได้เป็นเรื่องที่ดี ส่วนประเด็นการจัดตั้งบริษัทพลังงานแห่งชาติ(เอ็นโอซี) ไม่ได้มีการหารือกันในครั้งนี้

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กลางเดือนกันยายนนี้จะประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เพื่อขออนุมัติหลักการเรื่องการพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งจะต้องปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ 2561-80(พีดีพี2018) โดยการปรับครั้งนี้เป็นไปตามหลักการจะตอบโจทย์พลังงานทดแทนมากขึ้นและค่าไฟฟ้าที่จะต้องถูกลงกว่าแผนเดิม ส่วนแผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 1.5 ล้านตันนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณา ต้องไม่กระทบกับค่าไฟ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพราะตามกรอบเวลาของกฟผ.ต้องนำเข้าล็อตแรกภายในเดือนกันยายนนี้

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สำหรับกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) กฟผ. ที่ประธานบอร์ดและกรรมการลาออกรวม 2 คนอยู่ระหว่างการพิจารณา จำเป็นต้องดูองค์ประกอบเดิม นโยบายที่จะขับเคลื่อน เพื่อสรรหาบุคคลมาทำงานให้สอดรับกับแนวทางที่กำหนดได้ ส่วนบอร์ดของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)ไม่มีนโยบายไปรื้อแต่จะใช้วิธีประเมินการทำงานมากกว่า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ศธ.’ จับมือ ‘บ.ไอบีเอ็ม’ ร่วมพัฒนาต่อยอดทักษะทางวิชาชีพให้ผู้เรียน
บทความถัดไปวงการเพลงอีแซวอาลัยสูญเสีย “ขวัญใจ ศรีประจันต์”