‘ดีอี’​ เอาจริง!! ภายใน 2 สัปดาห์ ลากคอคนสร้างข่าวปลอม มาดำเนินคดี

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)​เปิดเผยงานเสวนาเรื่องบลูลีอิ้ง แอนด์ เฟคนิวส์  ทันเกมสารพัดพิษออนไลน์สังคมไทย ว่า ในอดีตเฟคนิวส์ (ข่าวปลอม)​ มีไม่มากอย่างทุกวันนี้ เพราะสื่อมวลชนได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเที่ยงตรง และมีจรรยาบรรณ​ แต่เมื่อโซเชียลมีเดียเกิดขึ้น และมีผู้เข้ามาจึงเกิดข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก ฉะนั้น จึงเป็นที่มาของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (เฟคนิวส์ เซ็นเตอร์)​ ที่กระทรวงดีอีพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและกลั่นกรองข้อมูลข่าวสารให้ประชาชน

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงดีอี ตั้งเป้าว่าการจัดตั้งศูนย์จะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายในเดือนตุลาคมนี้ พร้อมกับเปิดช่องทางเว็บไซต์ ไลน์ และเพจเฟซบุ๊กของศูนย์ เพื่อสื่อสารแบบ 2 ทางกับประชาชน ทั้งการรับแจ้งข่าวปลอม/ข้อมูลเท็จ และชี้แจงข้อมูลถูกต้องที่ผ่านการตรวจสอบยืนยันแล้วจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข่าวนั้นๆ ช่องทางสื่อสารเหล่านี้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน อีกทั้งสามารถดูย้อนหลังได้สำหรับข่าวที่มีการยืนยันข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว สามารถเอาไปแชร์ต่อ ช่วยกันเป็นเครือข่ายในการขยายผลได้ ดังนั้นน่าจะได้รับความนิยมจากผู้แจ้งข้อมูล และนำข้อมูลที่ถูกต้องไปแชร์ต่อในวงกว้างอย่างรวดเร็ว

“ตั้งเป้าความรวดเร็วในการตรวจสอบข่าวปลอม และชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง จะทำได้ในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง และภายใน 3 เดือนแรกของการจัดตั้งศูนย์ จะตรวจสอบยืนยันให้ได้ภายใน 1 – 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ จะมีการขอรายชื่อบุคคลที่ติดต่อได้ อย่างน้อย 2 คน ที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง จากทุกหน่วยงานราชการ เพื่อร่วมยืนยันข้อมูลในเบื้องต้น เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ปิดจุดอ่อนปัญหาเฟคนิวส์ จากเดิมที่กว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อจะชี้แจงต้องใช้เวลาเป็นวัน ซึ่งความเสียหายผ่านโซเชียลแพร่กระจายไปแล้ว” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า มีการหารือเบื้องต้นกับบริษัท ไลน์ เพื่อหาแนวทางความร่วมมือที่ศูนย์แห่งนี้จะมีการเปิดไลน์ ออฟฟิเชียล เพื่อให้สามารถเข้าถึงคนได้จำนวนมากหลักล้านคน เพิ่มประสิทธิภาพในการรับแจ้งข้อมูลข่าวปลอม ซึ่งผู้บริหารของไลน์ ก็ยินดีที่จะสนับสนุน เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมใช้งานจากคนไทยอย่างมาก และที่ผ่านมามีข่าวปลอมแพร่กระจายผ่านช่องทางนี้ในระดับหนึ่ง ซึ่งการทำงานร่วมกันจะเป็นประโยชน์ได้ทั้ง 2 ฝ่าย

“ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามกระบวนการสร้างเฟคนิวส์อย่างต่อเนื่อง โดยในเร็วๆ นี้จะมีการดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่ทำเฟคนิวส์ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย จากการติดมาระยะหนึ่งพบว่า มีกระบวนการที่เอาผิดได้ โดยเป็นการทำผิดที่ขัดต่อพระราชบัญญัติ​ (พ.ร.บ.)​ ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ โดยการดำเนินคดีจะดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์จากนี้” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้‘จุฑาธิป’ ผงาดคว้าอันดับ 2 ที่เบลเยียม ผู้ชมทึ่งทีมปั่นสาวไทยผนึกกำลังกัน
บทความถัดไป‘สมฤทธิ์’ ลั่น ‘มะเมียะ’ แค่นิยาย ไม่มีตัวตนจริง ชี้พิรุธอื้อ เอกสารไทยไม่บันทึก มะละแหม่งไม่รู้จัก