“มนัญญา”ปิ๊งผุดซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ นำร่องนครปฐม

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการมอบนโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร ที่จังหวัดอุทัยธานี ว่า ต้องการให้หน่วยงานที่ตนเองกำกับดูแลหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะการเกษตรจะสำเร็จได้คือต้องมีดิน น้ำ ลม ไฟ เพื่อให้ผลผลิตของการเกษตรของไทยมีคุณภาพและปลอดภัย เป็นครัวของโลกได้ และพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายในการสร้างระบบแบ่งปันผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นจะเข้าไปดูแลการบริหารสหกรณ์ให้มีความเป็นธรรม ไม่มีการขูดรีดดอกเบี้ยจากสมาชิกที่ล้วนเป็นเกษตรกรที่ยากจน
“ต่อไปจะพาทุกกรม ลงพื้นที่เพื่อไปดูว่าเกษตรกรเดือดร้อนอย่างไร ไม่ใช่เพียงแต่เอานโยบายของกระทรวงลงไปสนับสนุนเกษตรกรเพียงฝ่ายเดียว แต่ไม่เคยรู้เลยว่าความต้องการของเกษตรกรคืออะไร โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่พบมากขึ้น เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมีหนี้สินสะสม บางคนกู้หนี้ปีละหลายหมื่นบาท ก็จะหาเงินมาชำระหนี้และกลับไปกู้ใหม่ เป็นการกู้วนซ้ำแบบนี้ไม่ถูก และจะต้องไปตรวจดูการปล่อยเงินกู้ของสหกรณ์ด้วยว่า มีการขูดรีดดอกเบี้ยจากสมาชิกหรือไม่ เนื่องจากเรามี นโยบายเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นจะต้องมาช่วยแก้ไขให้ระบบนี้ให้ถูกต้อง การช่วยเหลือของสหกรณ์อย่ารอปันผลสิ้นปี ต้องช่วยเหลือทุกครั้งที่สมาชิกเดือดร้อน “ นางสาวมนัญญา กล่าว
นางสาวมนัญญา กล่าวว่า สิ่งที่จะทำต่อไปคือการเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน โดยสนับสนุนการทำอาชีพเสริมผ่านระบบสหกรณ์ และมีนโยบายที่จะทำซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ที่มีคุณภาพ ทั้งเนื้อ นม ไข่ ข้าวสาร ผัก ผลไม้ อาหารแปรรูป กระจายไปตามจังหวัดต่างๆเบื้องต้น จะตั้งกรรมการศึกษารูปแบบซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ในสัปดาห์หน้า และเริ่มนำร่องที่จังหวัดนครปฐมเร็วๆนี้ เพื่อจะดึงเม็ดเงินไหลกลับไปสู่เกษตรกร เพื่อให้มีรายได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงครอบครัวและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น “ นางสาวมนัญญา กล่าว
นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมวางแนวทางพัฒนาสหกรณ์ปี 2563 เน้นการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิก โดยจะมีการบริหารแปลงใหญ่แบบครบวงจรโดยใช้สหกรณ์ในพื้นที่เข้าไปบริหารจัดการผลผลิต แปรรูป จนถึงหาตลาดมารองรับ การพัฒนาการผลิตของสมาชิกให้ได้มาตรฐานการเกษตร GAP และมาตรฐานออร์แกนิค การสนับสนุนองค์ความรู้ในวิทยาการสมัยใหม่ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาการผลิตสินค้า การบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร การจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว การพัฒนาระบบ GMP กระบวนการแปรรูปสินค้าสหกรณ์ เพื่อลดการสูญเสียในขั้นตอนการผลิตและต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงยกระดับสหกรณ์ในอำเภอเป็นศูนย์รวบรวมสินค้าการเกษตรที่สำคัญ เพื่อเก็บชะลอไม่ให้ทะลักสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าให้กับเกษตรกร
“ จะพัฒนาระบบธุรกรรมสินค้าการเกษตรด้วยเทคโนโลยีด้วยระบบบล็อกเชน ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการจ้างผู้เชี่ยวชาญศึกษาและวางระบบนี้เพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้ และที่สำคัญคือการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเพื่อดึงคนเข้ามาศึกษาดูงานและจัดกิจกรรมที่สหกรณ์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้สมาชิกผ่านโครงการไมซ์เพื่อชุมชน” นายพิเชษฐ์ กล่าวและว่า อีกงานที่จะเร่งดำเนินการคือการจัดการให้สหกรณ์เป็นองค์กรที่พัฒนาเชิงคุณภาพโดยเฉพาะการจัดการหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ ที่จะต้องช่วยกันวางระบบวางแผนการผลิตสินค้าการเกษตร ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ผลิตสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยสหกรณ์จะมีบิบาทในการสนับสนุนเงินทุนและปัจจัยพื้นฐานในการประกอบอาชีพให้กับสมาชิก และเพิ่มศักยภาพสหกรณ์ให้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้สมาชิก ทั้งปัญหาหนี้สิน การออม และการลงทุน

บทความก่อนหน้านี้ชาวเกาะลิบง ร่วมใจเก็บขยะ-ลดการใช้ขยะพลาสติกภายในเกาะ เพื่อรำลึก‘มาเรียม’
บทความถัดไปก้างตำคอ ประจำวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 : โดย นายเสียม