DITP ดันตรา T Mark รุกตลาดแดนมังกร จัดทัพผู้ประกอบการไทยสินค้าคุณภาพลุยเจรจาธุรกิจตลาดนครกว่างโจว

นางสาวศุภรา เสกาจารย์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้ประกอบการไทยกว่า 18 บริษัทเยือน นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 20-26 สิงหาคม 2562 เพื่อร่วมกิจกรรม Business Matching ในวันที่ 21 สิงหาคม 2562 และเข้าร่วมเจรจาการค้าภายในงานแสดงสินค้า Guangdong 21th Century Maritime Silk Road International Expo ปี 2562 ระหว่างวันที่ 23-26 สิงหาคม 2562 ณ อาคารแสดงสินค้า China Import And Export Fair Complex

กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าที่ได้รับตราสินค้า T Mark ซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดจีนและผู้บริโภคชาวจีนมีความเชื่อมั่นในแบรนด์มากขึ้น โดยมีการประชาสัมพันธ์ตราสินค้า T Mark มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับสินค้าแบรนด์ไทยที่อาจจะไม่มีงบประชาสัมพันธ์สินค้าไปได้ทั่วโลก แต่การที่ผู้ประกอบการไทยได้ตรา T Mark ซึ่งรับรองโดยรัฐบาลไทยจะเป็นการสร้างความมั่นใจในตัวสินค้าให้กับผู้บริโภคซึ่ง T Mark จะเป็นตราที่ช่วยส่งเสริมให้สินค้าไทยเป็นที่รู้จักในตลาดโลกได้ง่ายขึ้น

นางสาวศุภรา กล่าวว่า สำหรับตลาดจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ มูลค่าการค้าร่วมกันระหว่างไทยจีนปีที่แล้วอยู่ที่ 8.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าร่วมกันในปี 2564 เป็น 1.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 1 ใน 3 ของมูลค่าการค้าไทยจีนจะผ่านมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นมณฑลที่มีจีดีพีสูงที่สุดในจีนติดต่อกันถึง 30 ปี โดยสินค้าไทยยังมีโอกาสโตในตลาดจีนจากที่ผู้บริโภคชาวจีนให้ความสำคัญกับตรา T Mark มากขึ้น หลังจากกรมฯได้สร้างการรับรู้ในทุกช่องทางมากกว่า 3 ปี จนทำให้ผู้บริโภคชาวจีนที่ชื่นชอบสินค้าไทยอยู่แล้วมีความเชื่อมั่นในแบรนด์และจะมองหาสินค้าตรา T Mark

“ที่ผ่านมา DITP ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านทางออนไลน์ ว่า T Mark คืออะไร เป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ เป็นภาษาจีนเพื่อให้คนจีนรู้จัก และผ่านทาง KOL และโซเซียลมีเดียต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ว่าถ้าคุณเห็นตรานี้เป็นการการันตีคุณภาพสินค้าจากประเทศไทย จากกิจกรรมในครั้งนี้กรมได้เห็นถึงความสนใจ ของผู้ประกอบการจีนว่าสนใจในสินค้าที่ได้รับตรา T Mark เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้ซื้อผู้นำเข้าจากประเทศจีนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า 100 บริษัท และเข้ามาเจรจาและมาดูสินค้าไทยถึง 80 บริษัท ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยท่านใดที่อยากสมัครขอรับตรา T Mark อย่ารอช้าตลาดรอท่านอยู่ โดยเฉพาะตลาดจีน”

นางสาวศุภรา กล่าวด้วยว่าการที่จะได้การรับตรา T Mark นอกจากสินค้าต้องมีคุณภาพแล้ว ยังมีการตรวจสอบมาตรฐานในหลายมิติ ทั้งมาตรฐาน อย. หากเป็นสินค้าอุตสาหกรรมก็ต้องได้มาตรฐาน มอก.โรงงานผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ใช้แรงงานอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ เรียกว่า นอกจากสินค้าดีมีคุณภาพไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแล้ว บริษัทยังต้องปฏิบัติกิจกรรมที่ทำประโยชน์ต่อสังคมด้วย โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยที่ได้รับตรา T Mark ไปแล้วกว่า 800 ราย

นายพลพิศุทธิ์ มิตรมัยผล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการค้า บริษัท บูรพา พรอสเพอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทแป้งสำเร็จรูปสำหรับประกอบอาหารและเบเกอรี่ หนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ กล่าวว่า ตรา T mark เป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับผู้ประกอบการจากประเทศไทย เพราะเมื่อสัก 20-30 ปีก่อน การที่จะเอาของมาขายที่ประเทศจีนอาจจะไม่ต้องรับรองอะไร แต่ธรรมชาติของคนจีน ที่ชอบสินค้าไทยในปัจจุบันชอบท่องเที่ยวเมืองไทย อาหารไทย โดยเฉพาะผลไม้ไทย เมื่อความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยก็อยากขายของให้คนจีนมากขึ้น แต่พอเข้ามาจำนวนมากก็จะสกรีน หนึ่งในตัวที่ผู้บริโภคจีนจะกรองได้อย่างมั่นใจในคุณภาพของสินค้าหรือบริการของสิ่งเหล่านั้นก็คือ ตรา T Mark เพราะได้รับการรับรองจากรัฐบาลไทย ถ้ามาจากประเทศไทยแล้วมี Thailand Trust Mark. (T Mark) สำหรับผู้ที่จะนำสินค้าจากเมืองไทยเข้ามาขายในประเทศจีนก็จะมีความมั่นใจมากขึ้นว่าสินค้า มีคุณภาพ เพราะตรา T Mark ไม่ได้มาง่ายต้องผ่านขบวนการคัดสรรอย่างเข้มข้นก่อนจะพิจารณาอนุมัติ ดังนั้นการมีตรารับรองคุณภาพจากรัฐบาลจึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะได้รับความน่าเชื่อถือสามารถนำสินค้ามาขายประเทศจีนด้วยความมั่นใจมากขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะสมัครขอรับตรา T Mark สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th และ www.thailandtrustmark.com

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดสนามกัลโช่ ‘ม้าลาย’ บุกเฉือน ‘ปาร์ม่า’ 1-0 ‘ฟิออ’ พ่าย ‘นาโปลี’คาถิ่น
บทความถัดไป‘ชุดขาว’เปิดบ้านโดน ‘บายาโดลิด’ ไล่ตีเจ๊า 1-1