โตโยต้า เปิด ‘อัลติส’ ใหม่ ใส่ไฮบริด-หรูหรากว่าเดิม

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่ง โคโรลล่า อัลติส ใหม่ จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA (Toyota New Global Architecture) ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้ารุ่นล่าสุด (Toyota Safety Sense) และถือเป็นครั้งแรกของ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ที่มาพร้อมกับระบบไฮบริดรุ่นล่าสุด ในเจเนอเรชั่นที่ 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในอัตราการเร่งดีขึ้น และประหยัดน้ำมัน

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า โคโรลล่ารุ่นแรก เริ่มผลิตในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดภายในสามปีและได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้มียอดขายสะสมมากกว่า 47 ล้านคันทั่วโลก โคโรลล่าหนึ่งคันจะถูกขายทุกๆ 15 วินาที ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดสำหรับโตโยต้าทั่วโลก

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า ในประเทศไทย โคโรลล่า เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ.2509 ด้วยเช่นกัน ผลตอบรับอย่างท่วมท้นของลูกค้าชาวไทย สามารถครองความนิยมด้วยยอดขายสะสมกว่า 800,000 คัน สำหรับโคโรลล่า อัลติส ใหม่ นับเป็นรุ่นที่ 12 จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับในกลุ่มนี้อย่างแน่นอนและโคโรลล่า อัลติส รุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 23 กิโลเมตรต่อลิตร มีให้เลือกถึงสามรุ่น รถรุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดเต็มรูปแบบคันแรกในตลาดนี้ สำหรับประเทศไทย และเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งฉลองความสำเร็จ 10 ปีของรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดในประเทศไทย พร้อมกับการเปิดตัวโครงการการบริหารจัดการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดใช้แล้วแบบครบวงจร

มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า นอกจากนี้โตโยต้ายังได้แนะนำ รุ่นสปอร์ตใหม่ โคโรลล่า อัลติส จีอาร์-สปอร์ต (Corolla Altis GR-Sport) พัฒนาภายใต้แนวคิด กาซู เรซซิ่งสปอร์ต (Gazoo Racing Sport) โดย รุ่น GR-Sport มาพร้อมกับแพคเกจพิเศษเพิ่มแอโรไดนามิก มอบความตื่นเต้นเร้าใจการขับขี่ให้กับลูกค้า

นายรุ่งโรจน์ ขันชะลี กล่าวว่า โคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้รับการพัฒนาให้มี 5 จุดขายหลัก ได้แก่ 1.ด้านการออกแบบ ภายนอกออกแบบภายใต้แนวคิด ชูทติ้ง โรบัสท์ (Shooting Robust) เส้นสายโฉบเฉี่ยวทันสมัย ให้ความหนักแน่น ภายในพัฒนาภายใต้แนวคิด คลีนแอนด์ไวด์ (Clean & Wide) ตัวรถกว้างขวาง คำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานจริง เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย 2.ด้านประสิทธิภาพของการขับขี่สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ช่วยทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถโดยรวมลดลง เพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัวทั้งการขับขี่ทางตรงและในขณะเข้าโค้ง ช่วงล่างด้านหน้าแมกเฟอร์สัน สตรัท (MacPherson Strut) ช่วงล่างด้านหลังอิสระแบบปีกนกคู่ ดับเบิลวิชโบน (Double Wishbone) เพิ่มความนุ่มนวลในขณะโดยสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว รวมถึงการเพิ่มวัสดุดูดซับเสียงและการสั่นสะเทือนในตำแหน่งต่างๆ สร้างความผ่อนคลายให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า 3.ระบบ ไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4 นับเป็นครั้งแรกกับ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ รถยนต์รุ่นเดียวในตลาด ซี-เซ็กเมนต์ ที่ใส่ระบบ ฟูล ไฮบริด ซิสเต็ม (Full hybrid system) ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความสนุกในการขับขี่ และตอบสนองต่อการเร่งแซง และยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรและ 1.6 ลิตร เบนซิน โดยมีการปรับจูนเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ให้มีอัตราเร่งตอบสนองดี และเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานทั่วไป 4. ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า ได้แก่ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Active Safety) โคโรลล่า อัลติส ใหม่ เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor) และระบบช่วยเตือนในขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert) ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill Start Assist Control) เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทุกรุ่น

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า มีระบบความปลอดภัยหลังการชน (Passive Safety) ตัวรถเสริมโครงสร้างด้านหน้า ช่วยถ่ายเทแรงในกรณีเกิดการปะทะ และโครงสร้างด้านข้างแบบวงแหวน ช่วยลดการยุบตัวจากการชน รวมทั้งมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานรอบคัน 3.โตโยต้า เซฟตี้ เซนส์ (Toyota Safety Sense) ใหม่ล่าสุด มีระบบการทำงานเพิ่มเติมคือ ไดนามิก เรดาร์ ครุยส์ คอนโทรล (Dynamic Radar Cruise Control) แบบฟูล-สปีด เรนจ์ (Full-Speed range) สามารถปรับลดความเร็วจนถึงจุดหยุดนิ่งตามรถยนต์ คันหน้าและระบบ เลน แทรคซิ่ง แอสสีสท์ (Lane Tracing Assist) ช่วยประคองรถยนต์ให้วิ่งอยู่ในเลนได้เอง แม้ในขณะเข้าโค้ง เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่ และ 5.ระบบการเชื่อมต่อ ช่วยให้สะดวกสบายไปกับ แอปเปิลคาร์เพลย์ และ ที-คอนเนคต์
เทเลเมติกส์ เชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลา

นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวว่า โคโรลล่า อัลติส ใหม่ยกระดับไปอีกขั้นเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน ทั้งเทคโนโลยีนำสมัย ความสะดวกสบายและความมั่นใจในการขับขี่ ภาพลักษณ์ความหรูหรา มีระดับ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักคือกลุ่มคนวัยทำงานที่มองหารถยนต์ดีไซน์เรียบหรู มีเทคโนโลยีทันสมัย ทดแทนกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก จึงขอแนะนำพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด ณเดชน์ คูกิมิยะ นักแสดงยอดนิยม จะจัดกิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ วันที่ 13-15 กันยายนนี้

นายวุฒิกรกล่าวว่า ได้จัดเตรียมข้อเสนอพิเศษเพื่อให้เป็นเจ้าของโคโรลล่า อัลติส ใหม่ ได้ง่ายขึ้น ด้วยข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% หรือ ผ่อนเริ่มต้น 8,500 บาท ต่อเดือน และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่โคโรลล่า อัลติส ใหม่ มีแพคเกจการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพและฟรีค่าแรงเช็กระยะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด จะมีแพคเกจการรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ครอบคลุมทั้งแบตเตอรี่ ระบบไฮบริด และการรับประกันราคาขายต่อที่โตโยต้า ชัวร์ เช่นเดียวกับ C-HR และ คัมรี่ ไฮบริด วางเป้าหมายการขายไว้ที่ 2,300 คันต่อเดือน

โคโรลล่า อัลติส ใหม่ 6 รุ่น และ 7 สี ขาย ไวท์ เพิร์ล (White Pearl) น้ำตาล แฟนทอม บราวน์ (Phantom Brown) ขาว ซุปเปอร์ ไวท์ ทู (Super White II) ดำ แอทติจูด แบล็ก ไมก้า (Attitude Black Mica) เงิน ซิลเวอร์ เมทัลลิก
(ilver Metallic) แดง เรด ไมก้า เมทัลลิก (Red Mica Metallic) และสีใหม่ เทา เซเลสไทท์ เกรย์ (Celestite Gray)

รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ไฮบริด ไฮ (Hybrid High) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,099,000 บาท ไฮบริด มิด (Hybrid Mid) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 989,000 บาท ไฮบริด เอ็นทรี่ (Hybrid Entry) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 939,000 บาท สำหรับสีพิเศษ ขาว ไวท์ เพิร์ล มีเฉพาะรุ่น ไฮบริด และเครื่องยนต์ 1.8 จีอาร์-สปอร์ต เพิ่ม 10,000 บาท

สำหรับรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 จีอาร์-สปอร์ต มี 3 สี ขาว ไวท์ เพิร์ล, แดง เรด ไมก้า เมทัลลิก ดำ แอทติจูด แบล็ก ไมก้า เกียร์อัตโนมัติ ราคา 999,000 บาท รุ่น 1.6G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 869,000 บาท และลิโม่ (Limo) เกียร์อัตโนมัติ ราคา 829,000 บาท สัมผัสและทดลองขับได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน เป็นต้นไป

บทความก่อนหน้านี้‘ห้วยโท’ รับน้ำป่าจากภูพานเริ่มล้นสปิลเวย์ ชป.เร่งระบายลงโขง-เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
บทความถัดไปโอกาสของไมโครเอสเอ็มอี ทางรอดยุคเทคโนโลยีดิจิทัล