ตร. ตามจับคนร้ายขโมยแบตเตอรี่เรือของจนท.กู้ชีพ ที่มาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 

ตร. ตามจับคนร้ายขโมยแบตเตอรี่เรือของจนท.กู้ชีพ ที่มาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 15 กันยายน พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก.สืบสวน ภ.จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วยพ.ต.ท.บวรศักดิ์ คำรังษี สว.กก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จ.อุบลราชธานี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมือง จ.อุบลราชธานี จับกุมตัวนายศักดา กุลแก้ว อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/1ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลางแบตเตอรี่เรือทองแบนของเจ้าหน้าที่กู้ชีพบัวเพชร จังหวัดปทุมธานี ที่มาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.อุบลราชธานี ที่จอดไว้ท่าน้ำบริเวณวัดบูรพา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี โดยจับกุมได้ที่บริเวณภายในวัดบูรพา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

จากการสอบสวนนายศักดา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพพร้อมพาไปชี้จุดซ่อนของกลาง (แบตเตอรี่) 1 ลูก ที่ได้ทำการ ขโมยไปสาเหตุที่ขโมยแบตเตอรี่ เพราะเมาและเอาแบตเตอรี่มาช่อนไว้ในวัด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองอุบลฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ ผกก. สืบสวน ภ.จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า การลักทรัพย์ในพื้นที่น้ำท่วม ต้องรับโทษหนักกว่าปกติเพราะถือเป็นการไปซ้ำเติมผู้ที่กำลังเดือดร้อน ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี โทษปรับสูงสุด 140,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335

นายสมเกียรติ ทับทิมโต เจ้าหน้าที่กู้ชีพบัวเพชร จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งเเต่วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอเมืองอุบลราชธานี เเละอำเภอวารินชำราบโดยเมื่อวันที่ 14 กันยายน หลังจากปฏิบัติภารกิจ เกิดความเหนื่อยล้าเเละได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าอาวาสวัดบูรพา ในการให้ที่พักอาศัยเเละจอดเรือทองแบนในบริเวณวัด ซึ่งตนเเละทีมงานก็ได้นอนพักผ่อนจนกระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 15 กันยายน ขณะกำลังจะออกปฏิบัติการตามปกติปรากฏว่าเเบตเตอรี่เรือได้ถูกขโมยไปจึงไม่สามารถออกไปช่วยเหลือประชาชนได้สำหรับเรือลำดังกล่าวเป็นเรือท้องเเบนขนาดใหญ่ ซึ่งในพื้นที่ต้องการมากเพราะน้ำในเเม่น้ำมูลไหลเชี่ยวมาก ต้องใช้เรือรุ่นนี้เท่านั้นดังนั้นเรือลำนี้เป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดเหตุการณ์เเบบนี้ก็รู้สึกเสียใจเพราะเดินทางมาไกลเพื่อตั้งใจมาช่วยเหลือ เเต่กลับมาเจอเหตุการณ์เเบบนี้ดังนั้นจึงอยากจะฝากถึงผู้ก่อเหตุ ว่าอย่าไปทำเเบบนี้ที่ไหนอีก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สมชัยชง 4ทางออกให้”ธรรมนัส”แนะ เว็บสภาเปลี่ยนประวัติจบม.เดิม-แจ้งความคนชวนเรียน
บทความถัดไปฝนตกหนัก น้ำป่าเทือกเขาสระบาป ท่วมเส้นทาง-บ้านปชช. กู้ภัย-ท้องถิ่น เร่งช่วยคน