‘ทีโอที’ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ‘ดีอี’ ขีดเส้น 45 วัน จบ 3 ประเด็นควบรวม

นายมนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการควบรวมบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่า กรณีที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้กำหนดเวลาภายใน 45 วัน หรือภายในกลางเดือนตุลาคม 2562 ต้องมีข้อสรุปใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.แผนบริหารจัดการบุคลากร 2.สินทรัพย์และหนี้สิน ที่จะมีข้อสรุปร่วมกันอย่างไร และ 3.สัญญา และสัมปทานต่างๆ ที่เมื่อเกิดการควบรวมแล้ว จะเกิดผลกระทบหรือไม่ นั้น เบื้องต้นทราบในรายละเอียดคร่าวๆ เพราะยังไม่ได้มอบหมายอย่างเป็นทางการ

นายมนต์ชัย กล่าวว่า ประเมินว่าการควบรวมกิจการจะสามารถเกิดขึ้นได้ในปี 2563 โดยจะต้องมีการว่าจ้างที่ปรึกษาฝ่ายธุรกิจ ฝ่ายกฎหมาย และฝ่ายบุคคล เพื่อให้การขับเคลื่อนการควบรวมกิจการเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมาแม้จะมีการดำเนินการเรื่องนี้พอสมควร แต่ครั้งนี้จะต้องมีรายละเอียดที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการ (บอร์ด) บริหารและบอร์ดยุทธศาสตร์ได้มีการประชุมแผนวิสาหกิจปี 2563-2567 แล้วตามที่ได้เสนอไปแล้ว โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดใหญ่ทีโอทีอีกครั้งในวันที่ 24 กันยายนนี้ จากนั้นจะเสนอต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบก็จะเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ต่อไป

นายมนต์ชัย กล่าวว่า สำหรับแผนธุรกิจที่ผ่านบอร์ดบริหารและบอร์ดยุทธศาสตร์ในเบื้องต้นนั้น ยังเป็นตามแผนเดิมที่เคยดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่จะมีการปรับในเรื่องการมีแผนยุทธศาสตร์เรื่องดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น โดยจะมี 3 แกนสำคัญคือ 1.คลาวด์ 2.ความปลอดภัยข้อมูล (ไซเบอร์ซิเคียวริตี้) 3.แพลตฟอร์ม และโซลูชั่น โดยทิศทางการดำเนินงาน คือ เอาเรื่องธุรกิจดิจิทัลมาเสริม ซึ่งในระยะยาวจะทำปรับรายได้จากดิจิทัลให้สูงขึ้น เป็น 30% ใน ปี 2565-2566 ของรายได้รวม ปีนี้รายได้รวม ดิจิทัลไม่ถึง 5-6% น่าจะผลักดันให้ได้ และในอนาคตจะมีการตั้งสำนักปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัลด้วย

“นอกจากนี้ ยังได้เสนอของบประมาณสำหรับลงทุนในปี 2563 ไปแล้ว 5,000 ล้านบาท และหากแผนวิสาหกิจดังกล่าวได้รับอนุมัติเรียบร้อยภายในสิ้นปีนี้ ก็จะรีวิวงบเพิ่มเติมเพื่อใส่แผนธุรกิจดิจิทัลเข้าไปเพื่อให้พัฒนาธุรกิจในด้านนี้อีก 300-400 ล้านบาท และในปี 2564 จะเพิ่มงบในส่วนดิจิทัลเป็น 1,000 ล้านบาท โดยจะเป็นการหาพันธมิตรเอกชนซึ่งหากจะผลักดันให้รายได้ด้านดิจิทัลให้ได้ 30% ต้องเป็น 10,000 ล้านบาท” นายมนต์ชัย กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ชมลีลาการง้อลูกสาว สไตล์ ‘บร๊ะเจ้าโจ๊ก’ ที่สมกับเป็นคุณพ่อยุคใหม่
บทความถัดไปบรู๊ซชม ‘ฟิร์มิโน่’ คือ ‘คันโตน่า’ แห่งแอนฟิลด์