ปอท.ออกหมายเรียกคนปลอมบัญชีเงินบริจาคช่วยน้ำท่วม ‘บิณฑ์’ โทษคุกสูงสุด 5ปี

 

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 17 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.ในฐานะโฆษก บก.ปอท. เปิดเผยว่า จากกรณี “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ดารานักแสดงชื่อดังและเป็นอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ไลฟ์สดเปิดเผยความเป็นอยู่ของชาวบ้านผู้ประสบภัย “น้ำท่วม” ที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผ่านแฟนเพจ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ก่อนประกาศจะนำเงินส่วนตัว 1 ล้านบาท ไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม พร้อมระบุว่า หากใครที่จะร่วมบริจาคกับตน สามารถโอนเข้าบัญชีมาได้ ต่อมา ได้มีคนใจบุญหลั่งไหลบริจาคเงินช่วยเหลือกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสายจนกระทั่งยอดเงินบริจาคทะลุเกินกว่า 100 ล้านบาทแล้ว กระทั่งมีเพจดัง Drama-addict ได้ออกมาแจ้งเตือนภัยให้ผู้คนที่บริจาคพร้อมกับได้เผยภาพเลขบัญชีของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงผู้ใจบุญ หลังเจ้าตัวเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมใน จ.อุบลราชธานี แต่กลับมีภาพของมิจฉาชีพอาศัยช่วงจังหวะวิกฤตปลอมแปลงตัดต่อเลขบัญชีเป็นของตนเองใส่แทนเพื่อหวังโกยเงินเข้าบัญชี ก่อนถูกชาวเน็ตจับได้ว่าเป็นเลขบัญชีปลอม กระทั่งในเวลาต่อมาทางธนาคารออมสินได้ออกมาโพสต์ผ่าน GSB Society ว่าหลังจากที่ทางธนาคารได้รับแจ้งข่าวมาว่ามีการนำภาพและข้อความของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มาทำการแอบอ้างเพื่อขอบริจาคเงินนั้น ทางธนาคารได้ประสานตำรวจในท้องที่ ซึ่งมีการตรวจสอบเลขบัญชีแล้ว และได้เชิญเจ้าของบัญชีดังกล่าวมาพบ พร้อมกับทั้งอายัดบัญชีนี้ทำให้ไม่สามารถฝาก ถอน หรือทำธุรกรรมใดๆ ได้อีกต่อไป และตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวนี้ ทาง บก.ปอท.ได้เฝ้าระวังและตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วยและถ้าหากทางหน่วยงานเราตรวจพบผู้กระทำที่มีเจตนาที่จะให้ประชาชนหลงเชื่อว่าบัญชีที่เขาโพสต์และมีรูปคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ อยู่นั้นเป็นบัญชีที่ใช้รับบริจาคช่วยเหลือน้ำท่วมจริง อันนี้น่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และยังจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) โดยทุจริตนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันจะทำให้ประชาชนเกิดความเสียหาย มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

โฆษก บก.ปอท.กล่าวต่อว่า กรณีข่าวปลอมบัญชีธนาคารรับเงินบริจาคน้ำท่วมของคุณบิณฑ์ มีประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท.ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท.เชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งเจ้าของบัญชี ธนาคารออมสินและคนที่โพสต์เฟซบุ๊ก ให้มาเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 24 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่ บก.ปอท. เบื้องต้นจะให้ชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องตามความเป็นจริงก่อน ในส่วนของฝ่ายสืบสวน บก.ปอท.ก็จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบในการดำเนินคดีต่อไป และขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่าการกระทำลักษณะนี้อย่าทำเลย พี่น้องที่ประสบอุทกภัยก็ได้รับความเดือดร้อนยากลำบากมากพอดูอยู่แล้ว การที่มีคนที่มีจิตอาสาเสียสละลงพื้นที่น้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมและได้ลงพื้นที่เปิดรับบริจาคนำเงินไปช่วยเหลือพี่น้องเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ขออย่าใช้ช่องทางนี้ในการฉกฉวยหรือแสวงหาผลประโยชน์ซ้ำเติมพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนอีกเลย นอกจากมีโทษทางกฎหมายที่ค่อนข้างสูงแล้วยังเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรกระทำเพราะผิดทั้งศีลธรรมและผิดกฎหมายด้วย

บทความก่อนหน้านี้พาณิชย์จับมือการบินไทย พัฒนาผู้ประกอบการและสร้างโอกาสด้านการค้า
บทความถัดไป2 องค์กรสื่อกีฬาผนึกเข้าร้องเรียน ‘สมาคมบอลไทย’ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ผู้สื่อข่าว